การพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะอาชีพสำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ
คำสำคัญ:
การพัฒนา , ทักษะอาชีพ, เยาวชนนอกระบบการศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาทักษะอาชีพแก่เยาวชนนอกระบบการศึกษา สู่การสร้างอาชีพในยุคปัจจุบัน และ 2) ศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าฝึกอบรมหลังการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านทักษะอาชีพ การวิจัย
เชิงปฏิบัติการ (Action Research) โดยใช้กระบวนการวิจัย 5 ขั้นตอนได้แก่ 1) ศึกษาสภาพบริบทพื้นฐาน 2) จัดประชุมเสวนาผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 3) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ 4) สรุปผล และประเมินผล 5) เผยแพร่กลุ่มเป้าหมายได้แก่ เยาวชนนอกระบบการศึกษา อายุ 15-24 ปี อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 50 คน โดยการเลือกแบบจำเพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิเคราะห์ข้อมูลทาง สถิติโดยใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการพรรณนาเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
- การพัฒนาทักษะอาชีพแก่เยาวชนนอกระบบการศึกษา สู่การสร้างอาชีพ ได้พัฒนาทักษะอาชีพ 5 กิจกรรม ได้แก่ การทำไข่เค็มระยะสั้น การทำผ้ามัดย้อม การทำพวงกุญแจจากเศษผ้า การทำปลาส้ม และ การทำตลาดออนไลน์
- ความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าฝึกอบรมหลังการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านทักษะอาชีพ พบว่าระดับความคิดเห็น ความพึงพอใจรวมทุกด้านโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดคือมีค่าเฉลี่ย 4.42 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน .37 และการวิจัยเชิงคุณภาพได้ข้อสรุปแต่ละทักษะมีกระบวนพบว่า เยาวชนนอกระบบการศึกษาสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาสร้างรายได้พร้อมเป็นทางเลือก ในการประกอบอาชีพ ได้อย่างถูกต้องใช้
เอกสารอ้างอิง
กิจการเด็กและเยาวชน, กรม. การศึกษารูปแบบการพัฒนาทักษะชีวิตและความพร้อม ในการประกอบอาชีพของเด็กและเยาวชน นอกระบบการศึกษาในจังหวัดเขตเศรษฐกิจพิเศษ. พิษณุโลก: คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2561.
เกล้าฟ้า ทองสนธิ. การบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา การประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) รอบที่ 3 โรงเรียนสังกัดเทศบาลจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยา. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์, 2557.
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนักงาน. มาตรฐานการปฏิบัติงานโรงเรียนมัธยมศึกษา พ.ศ. 2552 (ปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพฯ: สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, 2560.
ณิรดา เวชญาลักษณ์. การบริหารหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตรวรรษ ที่ 21. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2565.
ปนัดดา นกแก้ว. ทักษะชีวิตและอาชีพในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 จังหวัดสมุทรปราการ. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, 2562.
มนสิช สิทธิสมบูรณ์. การพัฒนาหลักสูตร มโนทัศน์และการประยุกต์ใช้. พระนครศรีอยุธยา: จุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย, 2563.
ภูมิ เพชรศักดาสิริ. การพัฒนาเครื่องมือและคู่มือประเมินความเสี่ยงทางการศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553.
เลขาธิการสภาการศึกษา, สำนักงาน. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564). กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2560.
วารีรัตน์ แก้วอุไร. การพัฒนาหลักสูตร จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2564.
วิจารณ์ พานิช. วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์, 2555.
ศึกษาธิการ, กระทรวง. แนวทางการเสริมทักษะและสร้างเสริมประสบการณ์อาชีพให้กับนักเรียน. กรุงเทพฯ: สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2561.
ศึกษาธิการ, กระทรวง. แนวทางการเสริมทักษะและสร้างเสริมประสบการณ์อาชีพให้กับนักเรียน. กรุงเทพฯ: สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาสำนักงาน, 2561.
สมเกียรติ อินทสิงห์. การบริหารหลักสูตรสถานศึกษา. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2563.
สายเพ็ญ บุญทองแก้ว. การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ สำหรับนักเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 2563.
UNESCO. ยูเนสโกเผยเด็กไทยวัยประถมไม่ได้เรียนเกือบ 6 แสน. (ออนไลน์) 2558 จาก http://www.posttoday.com/social/ edu/351990
Joyce, B. and Weil, M. Model of teaching. 5th ed. Boston: Allyn and Bacon. 91. Klausmeier & Ripple, 1996.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบัณฑิตวิทยาลัย พิชญทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจความถูกต้องทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกอย่างน้อย 3 คน ความคิดเห็นในวารสารพิชญทรรศน์เป็นความคิดเห็นของผู้นิพนธ์มิใช่ความคิดเห็นของผู้จัดทำ จึงมิใช่ความรับผิดชอบของวารสารพิชญทรรศน์ และบทความในวารสารพิชญทรรศน์สงวนสิทธิ์ตามกฎหมายไทย การจะนำไปเผยแพร่ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากกองบรรณาธิการ