สิทธิที่จะไม่ให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองกับการแสวงหาพยานหลักฐานดิจิทัลในชั้นสอบสวนของประเทศไทย

ผู้แต่ง

  • ภาวิณี คุ้นสงคราม คณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ วิทยาลัยนอร์ทเทิร์น

คำสำคัญ:

สิทธิที่จะไม่ให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง, พยานหลักฐานดิจิทัล, การสอบสวนคดีอาญา

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมายและการปฏิบัติที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิที่จะไม่ให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองของผู้ต้องหา (Right Against Self-Incrimination) อันเนื่องมาจากการแสวงหาพยานหลักฐานดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในคดีอาญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชั้นพนักงานสอบสวน การวิจัยใช้วิธีดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ด้วยการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) เพื่อวิเคราะห์หลักกฎหมายรัฐธรรมนูญ และแนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและเทคโนโลยี ผลการวิจัยเบื้องต้นพบว่า การเข้าถึงข้อมูลดิจิทัลที่ถูกเข้ารหัส (Encrypted Data) หรือข้อมูลในระบบคลาวด์ (Cloud-based Data) โดยปราศจากความยินยอม อาจเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ต้องหาโดยปริยาย เนื่องจากเป็นการบังคับให้ต้องเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับส่วนบุคคล งานวิจัยนี้จึงมุ่งเสนอแนวทางปฏิรูปกฎหมายและกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนให้ชัดเจน เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาตามหลักนิติธรรมกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

เอกสารอ้างอิง

กิตติพงษ์ ละออ. (2562). แนวทางการพัฒนาระบบสอบสวนคดีอาญาของประเทศไทย. [วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ชาติ ชัยเดชสุริยะ. (2549). มาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา. เดือนตุลา.

ธรรมศาสตร์, คณะนิติศาสตร์. (2562). ความรู้ทางกฎหมายหลากหลายและเข้าใจง่าย ชุดที่ 68: สิทธิในการไม่ให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองในระบบกฎหมายอาญาไทย. [Infographic].

พีระ สังข์สิงห์. (2563). ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประชาชน. วารสารรามคำแหงฉบับนิติศาสตร์, 9(2), 159-180.

วรวุฒิ สุระ. (2558). ปัญหาและแนวทางแก้ไขการสอบสวนที่ไม่ถูกต้องไม่รวดเร็ว และไม่เป็นธรรม [สารนิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ศาลรัฐธรรมนูญ. (2565). คำวินิจฉัยที่ 24/2565. กระทรวงยุติธรรม.

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ). (2561). รายงานการศึกษาระดับโลกว่าด้วยการเข้าถึงความยุติธรรม. สถาบันเพื่อความยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน).

สำนักงานกิจการยุติธรรม. (2565). สิทธิของผู้ต้องหาหรือผู้ถูกจับ. กระทรวงยุติธรรม.

สำนักงานกิจการยุติธรรม. (2565). สิทธิของผู้ต้องหาหรือผู้ถูกจับ. กระทรวงยุติธรรม.

Ashworth, A., & Redmayne, M. (2010). The criminal process (4th ed.). Oxford University Press.

European Court of Human Rights. (2006). Case of Jalloh v. Germany, App no. 54810/00. Council of Europe.

European Court of Human Rights. (2016). Case of Ibrahim and Others v. the United Kingdom, App nos. 50541/08 et al. Council of Europe.

Goodison, S. E., Davis, R. C., & Jackson, B. A. (2015). Digital evidence and the U.S. criminal justice system: Identifying technology and other needs to more effectively acquire and utilize digital evidence. RAND Corporation.

Kerr, O. S. (2018). Computer crime law (4th ed.). West Academic Publishing.

Mason, S. (2021). Electronic evidence (4th ed.). Institute of Advanced Legal Studies, University of London.

McGregor, L. (2021). The privilege against self-incrimination and modern digital evidence. International Journal of Evidence & Proof, 25(1), 1–23.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-27

รูปแบบการอ้างอิง

คุ้นสงคราม ภ. (2026). สิทธิที่จะไม่ให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองกับการแสวงหาพยานหลักฐานดิจิทัลในชั้นสอบสวนของประเทศไทย. วารสารสังคมศาสตร์ นิติรัฐศาสตร์, 10(1), 153–174. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Lawpol_Journal/article/view/284126

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย