การประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะด้านการประกันคุณภาพภายในของครูวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร Need Assessment of Competency Development Internal Quality Assurance of Teachers Vocational Education in Bangkok
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะด้านการประกันคุณภาพภายในของครูวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร 2) วิเคราะห์สาเหตุที่เกิดความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะด้านการประกันคุณภาพภายในของครูวิทยาลัยอาชีวศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร 3) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาสมรรถนะด้านการประกันคุณภาพภายในของครูวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น เรียงตามลำดับความสำคัญด้วยดัชนี (Modified Priority Index :PNImodified) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นผู้บริหารและครูวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 345 คน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามชนิดมาตรประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าอำนาจจำแนก อยู่ระหว่าง 0.55-0.85 และ มีค่าสัมประสิทธิ์ Cronbach’s Alpha เท่ากับ 0.97 ส่วนการวิเคราะห์สาเหตุที่เกิดความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะและแนวทางการพัฒนาสมรรถนะด้านการประกันคุณภาพภายในของครูวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง
ผลการศึกษาพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะด้านการประกันคุณภาพภายในของครูวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน พบว่าความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะสูงสุดคือ ด้านทักษะ (PNImodified = 0.50) รองลงมาคือ ด้านเจตคติ (PNImodified = 0.45) และด้านความรู้ (PNImodified = 0.42) ตามลำดับ 2) สาเหตุที่เกิดความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะด้านการประกันคุณภาพภายในของครูวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน พบว่า ครูขาดความรู้ความเข้าใจและขาดการติดตามรับรู้การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา (85.00%) รองลงมาครูขาดการวางแผนเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง (78.45%) ขาดแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน (65.85%) ภาระงานที่รับผิดชอบมีจำนวนมาก (64.45%) ตามลำดับ 3) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะด้านการประกันคุณภาพภายในของครูวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน ได้แก่ ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญและการส่งเสริมพัฒนาสมรรถนะครูโดยใช้วิธีการระบบพี่เลี้ยงคอยชี้แนะอย่างต่อเนื่อง (95.00%) , ร่วมกันวางแผนเก็บรวบรวมข้อมูลให้สอดคล้องกับเกณฑ์ของมาตรฐานการอาชีวศึกษา (90.00%) , สร้างแรงจูงใจให้กับครูวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนร่วมมือจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) ให้สำเร็จตามเป้าหมาย (85.00%)
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561. (2561). สืบค้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2561 จากแหล่งค้นคว้า www.qa.kmutnb.ac.th/upload_files/pakadout/qa/MOE_An_QA61.pdf.
ดุสิต ขาวเหลือง. (2554). “การฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพและสมรรถนะ” (Competency and Effective Training). วารสารการศึกษาและพัฒนาสังคม ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 กรุงเทพ.
ทิภาวรรณ เลขวัฒนะ. (2552). การพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยวิธีเทียบเคียงสมรรถนะ. วารสารวิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา. ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 .
ประกอบ ศรีตระกูล. (2550). การศึกษาและความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการ เรียนรู้ ของครูอาชีวศึกษาจังหวัดราชบุรี. สารนิพนธ์ กศ.ม. (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ภาวนา กิตติวิมลชัย และคณะ. (2551). การประเมินความต้องการจำเป็นการประกันคุณภาพภายในคณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน. การประชุมวิชาการแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกําแพงแสน ครั้งที่ 10.
รุ่งเรือง สิทธิจันทร์.(2560). “การมีส่วนร่วมในการประกันคุณภาพการศึกษาของบุคลากรสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัย มหาสารคาม”.PULINET Journal.4(3):105-112.
ลักขณา จาตกานนท์, ดวงรัตน์ แช่ตั้ง, เนนิสา ไชยปุระ, ธนพรรณ บุณยรัตกลิน. (2554). การพัฒนาการบริหารงานประกันคุณภาพการศึกษาคณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร. รายงานการวิจัย เสนอต่อคณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.
วิภาดา ศรีจอมขวัญ.(2556).รูปแบบบริหารการพัฒนาสมรรถนะครูอาชีวศึกษาไทย.วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ ปีที่ 3 ฉบับที่ 3 .(กันยายน-ธันวาคม 2556).
วิชัย วงษ์ใหญ่และมารุต พัฒผล. (2557). การโค้ชเพื่อการรู้คิด (Cognitive Coaching). จรัลสนิทวงศ์ การพิมพ์.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน.(2547).ความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะ ที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.2561. คู่มือการประกันคุณภาพภายในสถานสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2546). การประเมินการความต้องการจำเป็น : หลักการ เทคนิค และการประยุกต์ใช้.ภาควิชาวิจัยการศึกษา คณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
______ .(2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: วี.พริ้นท์ (1991).
องอาจ นัยพัฒน์. (2561). การวิจัยสถาบัน : เครื่องมือพัฒนาสถาบันสู่ความเป็นเลิศ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
______.(2554).การออกแบบการวิจัย : วิธีการเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพและผสมผสานวิธีการ. (พิมพ์ครั้งที่ 2) กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อาภรณ์ ภู่วิทยาพันธ์. (2552). การจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล. กรุงเทพฯ: พิมพ์ดีการพิมพ์.
Creswell,J.W.(2011). Designing and Conducting Mixed Methods Research. California.
Kerlinger, F.N. & Lee, H.B. (2000). Foundation of Behavioral Research. 4thed. Singapore: Thomson Learning.
McClelland, D. C. (1973).Testing for competence rather than intelligence.American Psychologist, 28(1), 1-14.
Miles M B. & Huberman A M. (1994). Qualitative Data Analysis. An Expanded Sourcebook. 2nd ed. Thousand Oaks,CA: Sage.
Witkin, B.R. and Altschuld, J.W.