การศึกษาผลกิจกรรมนันทนาการแบบมีส่วนร่วมกับการพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์)สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร

Main Article Content

จิราภรณ์ ภูอุดม

Abstract

บทคัดย่อ


                   การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) มีวัตถุประสงค์1.)เพื่อสร้างโปรแกรมกิจกรรมนันทนาการแบบมีส่วนร่วมกับการพัฒนาทักษะชีวิตและ 2) เพื่อศึกษาผลของกิจกรรมนันทนาการแบบมีส่วนร่วมกับการพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาครกลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร จำนวน 25 คนผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านทักษะชีวิต จำนวน 2 คน ผู้ปกครองของนักเรียน 2 คน ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) จำนวน 1 คน ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1 คน ครูผู้สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน  3  คนรวม 10  คน โดยใช้เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย โปรแกรมนันทนาการแบบมีส่วนร่วมกับการพัฒนาทักษะชีวิต นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาครและ แบบประเมินตนเองด้านความสามารถ   การใช้ทักษะชีวิต จำนวน 40 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (t-test For dependent Samples)


                   ผลการวิจัยพบว่า โปรแกรมนันทนาการแบบมีส่วนร่วมกับการพัฒนาทักษะชีวิต นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาครสมุทรสาคร เป็นการนำนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่กำหนดองค์ประกอบทักษะชีวิตสำคัญที่จะเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับเด็กในสภาพสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงและ เตรียมความพร้อมสำหรับการปรับตัวของผู้เรียน เรียบเรียงลำดับความสำคัญสร้างสรรค์กิจกรรมเนื้อหาและเวลาเพื่อให้เหมาะสมใน 4 องค์ประกอบดังนี้1) ด้านการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น 2) ด้านการตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น 3) ด้านการจัดการกับอารมณ์และความเครียดและ 4) ด้านการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจและแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์  และผลของกิจกรรมนันทนาการแบบมีส่วนร่วมกับการพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดหนองสองห้อง (สายชนูปถัมภ์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร โดยรวม พบว่า มีผลการพัฒนาอยู่ ในระดับดี เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าด้านการตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น ด้านการคิดวิเคราะห์ตัดสินใจและแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ด้านการจัดการกับอารมณ์และความเครียด และด้านการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตอยู่ในระดับดีทุกด้าน โปรแกรมนันทนาการแบบมีส่วนร่วมกับการพัฒนาทักษะชีวิตก่อนการทดลองและหลังการทดลอง ทำให้ประชากรมีระดับความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01


 


คำสำคัญ: นันทนาการแบบมีส่วนร่วม ทักษะชีวิต นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6


 


 

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

Section
บทความวิจัย (Research Articles)

References

ภาษาไทย

Department of Health, Ministry of Public Health..(2016). Teaching life skills with participatory learning. Prachuap Khiri Khan: Hua Hin Grand Hotel.
กรมอนามัย, กระทรวงสาธารณสุข. (2539). การสอนทักษะชีวิตด้วยการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม.ประจวบคีรีขันธ์: โรงแรมหัวหินแกรนด์.
Ministry of Education.(2011). Enhancing "life skills" According to the focus of quality development for primary-secondary learners. Bangkok: Printing Agriculture Cooperatives of Thailand.
กระทรวงศึกษาธิการ(2554). การเสริมสร้าง “ทักษะชีวิต” ตามจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนระดับประถมศึกษา–มัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
Kheovichai, K., and Sangwattanakul, W. (2015). The development of a participatory recreation model with the community by using museums and local learning resources To promote creative learning. Educational Research Journal.
คณิต เขียววิชัย และวรรณภา แสงวัฒนะกุล. (2558). การพัฒนารูปแบบกิจกรรมนันทนาการแบบมีส่วนร่วมกับชุมชนโดยใช้พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์: วารสารศิลปากร
Si Saat, B. (2011). Preliminary research (Revised version). 9th ed. Bangkok: Suviriyasarn.
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น (ฉบับปรับปรุงใหม่). พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ:
สุวีริยาสาส์น.
Taweerat, P.(1997). Behavioral and social science research methods. 7th ed. Bangkok:
Educational and Psychological Test Bureau, Srinakharinwirot University.
พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2540). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 7.กรุงเทพฯ: สำนักงานทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ.
Wongphiromsant, Y.(2011). Principles and methods of life skills teaching. Bangkok: Education Service Division. Journal of Fine Arts, Research Studies 2 (2).
ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์. (2545). หลักและวิธีการสอนทักษะชีวิต. กรุงเทพฯ: กองบริการการศึกษา.
วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย. 2(2).
Kitwongsakorn, R. (2014). A study of life skills development for student in prathom 6 of
Bangjak(komolprasertuthit)school, Thesis. College Silpakorn University. Photocopying
รมณภัทร กตตน์วงศกร. (2557). การศึกษาผลการพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 โรงเรียนบางจาก (โกมลประเสริฐอุทิศ). วิทยานิพนธ์. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร. ถ่ายเอกสาร.
Academic Office and Educational Standards. Office of the Basic Education Commission Ministry of Education.(2011). Guidelines for developing life skills Integrated teaching and learning 8 groups of learning Basic Education Core Curriculum, 2008. Bangkok: Printing Agriculture Cooperatives of Thailand.
สำนักงานวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. ( 2554). แนวทางการพัฒนาทักษะชีวิต บูรณาการการเรียนการสอน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศ จำกัด.


ภาษาต่างประเทศ
Cochran, W. G. (1977). Sampling Techniques. New Delhi:Wiley Eastern.
Nelson-Jones, Richard. (1998). Life skills Helping: A Textbook of Practical.
Sliegler, Michael D.; & Guevremont, David C. (1998). Contemporary Behavior Therapy.
3rd ed. New York: Brooks/Cole.
World Health Organization. (1994). Life Skills Education for Children and Adolescents in Schools. Programmer on Mental Health. Geneva. Retrieved August 15, 2005, from https://www.unescap/org/esid/hds/pubs/2317/m7.pdf