การประยุกต์ใช้แนวคิด Transtheoretical model (TTM) และกลยุทธ์ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อการเลิกบุหรี่ในกลุ่มนักศึกษา

ผู้แต่ง

  • กิตรวี จิรรัตน์สถิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ญาดา กิมเปา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • กนกรัตน์ แสวงศรี คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • บงกช ชาวโคราช คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ปฏิมาล์ ศิริพิรุณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • สุโรธร ตุ้มประสิทธิ์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • กานต์พิชชา บุญค้ำชู คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • กรภัค วิบูลธนบัตร คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ณัฐชนน ตั้งไพบูลย์พงศา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • พ.ต.ต.หญิง ดร.คัติยา อีวาโนวิช คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำสำคัญ:

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบุหรี่, แนวคิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (Transtheoretical model), ทัศนคติต่อการสูบบุหรี่

บทคัดย่อ

สถานการณ์การสูบบุหรี่ของวัยรุ่นในประเทศไทย ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำมีอายุเฉลี่ยที่เริ่มสูบบุหรี่เฉลี่ยที่ 17.9 ปี โดยกลุ่มเยาวชนได้รับผลกระทบทั้งทางตรงคือจากการเป็นนักสูบหน้าใหม่และยังติดบุหรี่ในอนาคตการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในกลุ่มเยาวชนไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยการให้ความรู้เพียงด้านเดียว การประยุกต์ใช้แนวคิดและกลยุทธ์ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบบุหรี่จึงเป็นแนวทางสำคัญต่อการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยแนวคิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (Transtheoretical model; TTM) เป็นแนวคิดที่มีประสิทธิภาพและมีการใช้อย่างแพร่หลายในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ จากการทดลองใช้แนวคิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมประยุกต์ผ่านการจัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบบุหรี่ พบว่า กลุ่มนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมมีทัศนคติที่ดีขึ้น บทความนี้ได้สรุปองค์ประกอบของแนวคิดและกลยุทธ์ที่นำมาใช้ในการปฏิบัติและตัวอย่างกิจกรรมของการใช้กระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการจัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในกลุ่มเยาวชน

References

1. Beck et al. (1993). Cognitive Therapy of Substance Abuse. USA.: The Guilford Press.
2. Prochaska JO, Redding CA, Evers KE. (2008). The transtheoretical model and stages of change. IHealth behavior and health education: Theory, research and practice.
3. World Health Organization. (2015). WHO global report on trends in tobacco smoking 2000- 2025. Retrieved July 10, 2019, from https://www.who.int/tobacco/publications/ surveillance/reportontrendstobaccosmoking/en/
4. กุลธิดา พานิชกุล. (2556). การประยุกต์ใช้โมเดลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม(Transtheoretical Model) เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการออกกำลังกาย. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชศรีมา, 19(1): 66-76.
5. กรองจิต วาทีสาธกกิจ. (2555). ความรู้เรื่องพิษภัยของบุหรี่และวิธีเลิกสูบบุหรี่นี้. มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่. สืบค้นจาก ncd.surinpho.go.th/web2/SaveFile.php
6. ชลลดา ไชยกุลวัฒนา ประกายดาว สุทธิ และวิชานีย์ ใจมาลัย. (2560). พฤติกรรมสูบบุหรี่และปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ของวัยรุ่นตอนต้นจังหวัดพะเยา. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 1(1): 57-67.
7. ปิยะพล ทรงอาจ. (2560). การให้คำปรึกษาแบบกลุ่มตามแบบจำลองข้ามทฤษฎีเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนิสิตบรรพชิต มหาวิทยลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น. วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย, 7(ฉบับพิเศษ): 160-173.
8. ผาณิต หลีเจริญ. (2556). การนํารูปแบบ TTM ไปใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อการป้องกันการเกิด ภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 23(3), 3-8.
9. พลากร สืบสำราญ และคณะ. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติต่ออันตรายของการสูบบุหรี่ กับการสูบบุหรี่ของนักเรียนชั้นมัธยมปลาย, 19(3): 12-20.
10. ภานิสา ระยา. (2558). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการเลิกสูบบุหรี่ตามแบบจำลองขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนในตำบลวังวน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ, 31(2): 9-23.
11. วรรณรัตน์ รัตนวรางค์. (2562). กลยุทธ์ในการสร้างสาร. พิมพ์ครั้งที่ 3. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2022-04-18