การพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำหรับนักเรียนนายเรือ ปีการศึกษา 2563
คำสำคัญ:
ระบบจัดการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์, ครูทหาร, นักเรียนนายเรือบทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 5 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 2) เพื่อประเมินประสิทธิภาพระบบการจัดการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังใช้ระบบการจัดการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 4) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนนายเรือ (นนร.) ต่อระบบการจัดการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และ 5) เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน และ นนร. จำนวน 70 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย จำนวน 4 ฉบับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบค่าที การหาประสิทธิภาพของระบบ (E1/E2) และการวิเคราะห์เนื้อหา สรุปผลการวิจัย ดังนี้ 1. ระบบการจัดการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ 1.1 ระบบ การจัดการข้อมูล 1.2 ระบบการจัดการรายวิชา และ 1.3 ระบบสนับสนุนการเรียนรู้ 2. ประสิทธิภาพของระบบการจัดการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด (E1/E2 = 84.20/80.23) 3. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้ระบบ ฯ พบว่า คะแนนทดสอบหลังเรียนกับคะแนนทดสอบก่อนเรียนมีค่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 21.21, sig = .000) โดยคะแนนทดสอบหลังเรียนมีค่าสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียน ( = 48.87 และ 26.93, S.D. = 3.83 และ 7.60 ตามลำดับ) 4. นนร.มีความพึงพอใจต่อระบบการจัดการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.86, S.D. = 1.03) โดย นนร.มีความพึงพอใจด้านบริหารจัดการเรียนรู้ ( = 3.95, S.D. = 1.08) และด้านประสิทธิภาพการใช้งานระบบ ( = 3.76, S.D. = 1.09) อยู่ในระดับมาก เช่นกัน 5. ปัญหาและแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาระบบ ดังนี้ 5.1 ปัญหา: ครูและผู้เรียนขาดความชำนาญในการใช้สื่อการสอน การฝึกทักษะภาคปฏิบัติในชั่วโมงเรียนของ นนร.ปฏิบัติได้ยาก และ การมีปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียนไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร 5.2 แนวทางการปรับปรุงและพัฒนา: เพิ่มประสิทธิภาพระบบอินเตอร์เน็ต เน้นใช้สื่อการสอนที่ผู้เรียนสามารถศึกษาและทำความเข้าใจได้ ด้วยตนเอง เน้นการฝึกทักษะภาคปฏิบัติ และครูผู้สอนต้องพัฒนาทักษะการใช้สื่อการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
เอกสารอ้างอิง
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2531). เกณฑ์และการกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพของชุดการสอน. สืบค้นเมื่อ 30 มีนาคม 2563, จาก http://gg.gg/hwlj3
ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2545). Designing e-learning หลักการออกแบบและสร้างเว็บเพื่อการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประกาศ เรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561 – 2580). (2561, 13 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 35 ตอนที่ 82 ก หน้า 5
มหาวิทยาลัยศิลปากร. (ม.ป.ป.). แนวทางการพัฒนาอีเลิร์นนิงสำหรับสถาบันการศึกษาในประเทศไทย: การพัฒนาโปรแกรมต้นแบบระบบกิจกรรมการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง. สืบค้นเมื่อ 30 มีนาคม 2563, จาก http://gg.gg/hwke0
วิชุดา รัตนเพียร. (2542). การเรียนการสอนผ่านเว็บ: ทางเลือกใหม่ของเทคโนโลยีการศึกษาไทย. วารสารครุศาสตร์. 27 (3), 29 - 35.
วัชราภรณ์ เพ็งสุข. (ม.ป.ป.). การพัฒนาบทเรียนออนไลน์วิชาคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอนุบาลสุพรรณบุรี. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 32 (1), 7 – 13.
สุวัฒน์ บันลือ. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ที่เหมาะสมสำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด. 11 (2), 250 – 260.
สันติ งามเสริฐ. (2561). การจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนนายเรือให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศึกษาศาสตร์, 5 (16), 44 – 61.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560 – 2579. พิมพ์ครั้งที่ 1: พริกหวานกราฟฟิค.
อิสริยา เลาหตีรานนท์. (2553). อีเลิร์นนิง. สืบค้นเมื่อ 30 มีนาคม 2563, จาก http://gg.gg/hw4qw
Best, J.W. (1981). Research in Education. New Jersey: Prentice – Hall.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30 (3), 607 - 610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
สหศาสตร์: วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองลิขสิทธิ์และสิทธิของผู้นิพนธ์ในการเผยแพร่ผลงานวิชาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความโปร่งใส ความถูกต้องตามหลักวิชาการ และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล ทั้งนี้ วารสารกำหนดนโยบายดังต่อไปนี้
|
1. การยอมรับเงื่อนไขการเผยแพร่ - ผู้นิพนธ์ที่ส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ ต้องปฏิบัติตามนโยบายและเงื่อนไขการเผยแพร่ของวารสารโดยเคร่งครัด - การส่งบทความถือเป็นการยอมรับให้นำบทความเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและการเผยแพร่ตามมาตรฐานของวารสาร |
|
2. การโอนลิขสิทธิ์ - เมื่อบทความได้รับการตอบรับเพื่อตีพิมพ์ ผู้เขียนโอนลิขสิทธิ์ของบทความให้แก่วารสาร - วารสารมีสิทธิ์เผยแพร่ ทำซ้ำ และเผยแพร่บทความในทุกรูปแบบ ทั้งสิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ และสื่อออนไลน์อื่น ๆ |
|
3. สิทธิ์ของผู้นิพนธ์หลังการโอนลิขสิทธิ์ - ผู้นิพนธ์ยังคงมีสิทธิ์ใช้บทความเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัยส่วนบุคคล การใช้ประกอบวิทยานิพนธ์ หรือการเผยแพร่ในแพลตฟอร์มที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ - การนำบทความไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากวารสารก่อนเป็นลายลักษณ์อักษร |
|
4. การเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตสาธารณะ (Creative Commons License) - บทความทั้งหมดในวารสารจะเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) - บุคคลอื่นสามารถเผยแพร่หรือแบ่งปันบทความได้โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้นิพนธ์ต้นฉบับ แต่ห้ามแก้ไข ดัดแปลง หรือใช้ในเชิงพาณิชย์ |
|
5. ความถูกต้องของเนื้อหาและการใช้สื่อจากบุคคลที่สาม - ผู้เขียนต้องรับรองว่าบทความที่ส่งเพื่อตีพิมพ์เป็นผลงานต้นฉบับของตนเอง ไม่ได้ส่งซ้ำซ้อน (duplicate submission) และไม่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือคัดลอกผลงานของผู้อื่น รวมถึงไม่มีการปลอมแปลงข้อมูล การตีพิมพ์ซ้ำ หรือการกระทำใด ๆ ที่ขัดต่อหลักจริยธรรมทางวิชาการ - ผู้เขียนต้องรับผิดชอบในการขออนุญาตใช้สื่อจากบุคคลที่สาม เช่น ภาพ ตาราง หรือกราฟิก และต้องอ้างอิงหรือให้เครดิตอย่างถูกต้องน |
|
6. ข้อจำกัดความรับผิดชอบ (Disclaimer) - บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารสหศาสตร์: วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร - ข้อความ ข้อมูล และข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่ละท่านโดยตรง มิได้สะท้อนถึงทัศนะหรือจุดยืนของกองบรรณาธิการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง - หากบทความมีข้อผิดพลาดหรือการละเมิดสิทธิ์ใด ๆ ความรับผิดชอบทั้งหมดเป็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว - การนำบทความไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบรรณาธิการวารสารก่อน ทั้งนี้ ผู้ขออนุญาตต้องจัดทำคำชี้แจงเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และลักษณะการใช้งานอย่างชัดเจน การใช้บทความในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้แต่เพียงผู้เดียว |

