การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับการแสดงละครของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ผู้แต่ง

  • Apichai Chankat teacher woranarichaloem Songkhla School

คำสำคัญ:

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ลิลิตตะเลงพ่าย, การจัดการเรียนรู้เชิงรุก, การแสดงละคร

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับการแสดงละคร และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับการแสดงละคร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 31 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย โดยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับการแสดงละคร 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ วิเคราะห์โดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับการแสดงละคร มีค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย โดยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับการแสดงละครในภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ( gif.latex?\bar{x} = 4.72)  ซึ่งการจัดการเรียนรู้วิธีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจในการเรียนมากยิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถวิเคราะห์ วิจารณ์วรรณคดีเรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ได้ดียิ่งขึ้น

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-12-08

รูปแบบการอ้างอิง

Chankat, A. (2021). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับการแสดงละครของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. FOYER: The Journal of Humanities, Social Sciences, and Education, 4(2), 221–247. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/lajournal/article/view/251542