แนวทางการอ้างอิง
บทนำ
การเขียนบรรณานุกรมเป็นการรวบรวมข้อมูลที่ใช้ในการอ้างอิงสารสนเทศต่าง ๆ ที่ผู้วิจัยทำการสำรวจ ศึกษาหรือใช้ในการสังเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นที่สนใจ ซึ่งทำให้ผู้ที่จะมาศึกษางานวิจัยนั้นสามารถเชื่อมโยงประเด็นที่เป็นสร้างแนวคิดหรือใช้ในการพัฒนางานวิจัยในอนาคตได้ อย่างไรก็ดี รูปแบบการอ้างอิงสากลมีหลายแบบ เช่น 1. APA style (American Psychological Association) 2. MLA style (Modern Language Association) 3. Vancouver style และ 4. Harvard style เป็นต้น แต่รูปแบบการอ้างอิงที่ได้รับความนิยมคือ แบบ APA โดยมีรูปแบบการเขียนหลัก 2 ส่วน คือ 1. การอ้างอิงในเนื้อหา (In-text citation) และ 2. การอ้างอิงท้ายเล่มหรือบรรณานุกรม (Bibliography or References) ปัจจุบันมีการปรับปรุงเนื้อหาให้มีความทันสมัย เน้นการรองรับการอ้างอิงเนื้อหาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์และปรับการอ้างอิงบางส่วนให้มีความเหมาะสมกับภาษาไทยมากขึ้นโดยฉบับล่าสุดเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 7 (ค.ศ. 2019)
วารสารวิจัยวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์จึงกำหนดรูปแบบการอ้างอิงตามแบบ APA ดังนี้
1. กำหนดรูปแบบการอ้างอิง ใช้เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นในรูปแบบ APA (7th edition) ดังนั้น ให้แปลแหล่งอ้างอิงที่เป็นเอกสารจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด (ตามหลักเกณฑ์ของ ACI) โดยใช้เฉพาะนามสกุลเต็มเท่านั้น (ไม่ใส่ ชื่อและชื่อกลาง) และใช้ ปี ค.ศ. แทน พ.ศ. เช่น วิจิตรา โพธิสาร และนงนุช มะลิทอง (2568 : p. 121) ให้ใช้เป็น Potisarn and Malithong (2025 : p. 121)
2. ให้ใส่เอกสารอ้างอิงที่เป็นภาษาไทยก่อน โดยเรียงลำดับตามตัวอักษรของชื่อผู้นิพนธ์ จากนั้นเป็นใส่อ้างอิงที่เป็นภาษาอังกฤษ โดยเรียงลำดับตามตัวอักษรของนามสกุลผู้เขียน หรือชื่อหน่วยงาน หรือนามแฝง ทั้งนี้ กรณีไม่มีชื่อผู้แต่ง ไม่มีชื่อหน่วยงานให้ใช้ชื่อเอกสารแทน
3. การอ้างอิงในเนื้อหาต้องระบุชื่อผู้นิพนธ์และปีพิมพ์ เป็นสำคัญ ดังนั้น ในกรณีที่อ้างอิงเนื้อหาโดยตรงหรือแนวคิดบางส่วน หรือคัดลอกข้อความบางส่วนมาจากต้นฉบับควรระบุเลขหน้าไว้ด้วย โดยพิมพ์ต่อท้ายปีพิมพ์ โดยใช้อักษรย่อย p. หรือ pp. (ถ้าการอ้างถึงข้อความนั้นเพียงหน้าเดียวใช้ p. เว้นวรรค ตามด้วยเลขหน้า เช่น p.14 ถ้ามีมากกว่า 2 หน้า ใช้ pp. เว้นวรรค ตามด้วยเลขหน้า เช่น pp. 156-162) แต่หากเป็นกรณีที่เป็นการสรุปสาระสำคัญของเนื้อหาหรือแนวคิดทั้งหมดอาจจะไม่ต้องระบุเลขหน้าก็ได้ ยกเว้น กรณีที่สืบค้นจากเว็บไซต์ที่ไม่มีเลขหน้า แต่หากในเว็บไซต์เป็นไฟล์ที่มีเลขหน้าให้ระบุเลขหน้าด้วย
4. กรณีที่ชื่อผู้นิพนธ์ และปี พ.ศ.ที่แต่งเหมือนกัน การอ้างอิงในเอกสารให้เพิ่มอักษร a b c ตามลำดับหลังปี พ.ศ. ตัวอย่างเช่น
Bank of Thailand. (2021a). Guidelines for restructuring the labor market to drive Thai economy. Retrieved from https://eeco.or.th/webupload/m_magazine/443/49/file_download/29b14b6318c8b49e81dc1e7bec8e40c4.pdf.
Bank of Thailand. (2021b, March–April). Look at the career trends of the elderly Retired but still have electricity, can work. BOT Prasiam Magazine, 2, 32–33.
5. กรณีไม่ปรากฏปีที่พิมพ์ ให้ใช้อักษรย่อ n.d. (ซึ่งมีความหมายเท่ากับคำว่า ม.ป.ป. หรือในภาษาไทย)
6. กรณีมีแหล่งอ้างอิงมากกว่า 1 รายการ ให้ใส่รายการอ้างอิงทั้งหมด โดยใช้เครื่องหมายอัฒภาค ( ; ) คั่นระหว่างแหล่งอ้างอิง โดยให้เรียงปีที่พิมพ์ก่อนไปหลังตามลำดับ หากเป็นปีเดียวกันให้เรียงลำดับตามตัวอักษร
กรณีอ้างอิงท้ายข้อความ:
ตัวอย่าง : ..... (Purateeranrath, 2016 : p. 34; Potisarn et al., 2017 : p. 121; Nok Mueang Subdistrict Administration Organization, 2018 : p. 55)
7. กรณีอ้างถึงแหล่งอ้างอิงอื่นเนื่องจากไม่สามารถอ้างอิงจากแหล่งเดิมได้
กรณีอ้างอิงท้ายข้อความ:
ตัวอย่าง : ..... (Booth, n.d. : p. 70 as cited in Potisarn, 2017 : p. 121)
รูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิงในเนื้อหา (In-text citation)
ในการอ้างอิงในเนื้อหา จะมีรูปแบบการอ้างอิงหน้าข้อความและท้ายข้อความที่แตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดและตัวอย่าง ดังนี้
1. กรณีที่ผู้นิพนธ์มี 1 คน
1) รูปแบบการอ้างอิงหน้าข้อความ : สกลุ/(ปี, เลขหน้า)
ตัวอย่าง : Wanichbancha (2006, p. 12) ได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากการแจกแบบสอบถาม และได้ประมาณอัตราการตอบกลับไว้ร้อยละ 40
2) รูปแบบการอ้างอิงท้ายข้อความ : (สกุล,/ปี, เลขหน้า)
ตัวอย่าง : ในการแจกแบบสอบถาม ผู้วิจัยได้ทำการประมาณอัตราการตอบกลับร้อยละ 40 (Wanichbancha, 2006, p. 12)
2. กรณีที่ผู้นิพนธ์มี 2-3 คน
กรณีที่ผู้นิพนธ์มี 2-3 คน จะเชื่อมนามสกุลของผู้นิพนธ์คนสุดท้ายด้วยคำว่า and หากเป็นการอ้างอิงหน้าข้อความ และใช้ & หากเป็นการอ้างอิงท้ายข้อความ
1) รูปแบบการอ้างอิงหน้าข้อความ : สกุล1 and สกุล2/(ปี) หรือ สกุล1, สกุล2 and สกุล3/(ปี)
ตัวอย่าง : การศึกษาของ Chancharat and Preecha (2023) ชี้ให้เห็นว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยลดลงในช่วงที่ COVID-19 แพร่ระบาด
2) รูปแบบการอ้างอิงท้ายข้อความ : (สกุล1/&/สกุล2,/ปี) หรือ (สกุล1,/สกุล2/&/สกุล3,/ปี)
ตัวอย่าง : COVID-19 ยังส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยลดลง (Chancharat & Preecha, 2023)
3. กรณีที่ผู้นิพนธ์ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป
กรณีที่ผู้นิพนธ์ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ให้ใช้นามสกุลของผู้นิพนธ์คนแรก และตามด้วย et al.
1) รูปแบบการอ้างอิงหน้าข้อความ : สกุลผู้นิพนธ์คนแรก et al./(ปี)
ตัวอย่าง : การศึกษาของ Booth et al. (2001) ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งพบความสัมพันธ์เชิงลบ โดยบริษัทขนาดใหญ่มีแนวโน้มที่จะใช้หนี้สินในโครงสร้างเงินทุนน้อยกว่า
2) รูปแบบการอ้างอิงท้ายข้อความ : (สกุลผู้นิพนธ์คนแรก et al.,/ ปี)
ตัวอย่าง : กลุ่ม SET 100 ไม่ส่งผลต่อโครงสร้างเงินทุน อาจเป็นผลมาจากโครงสร้างขนาดใหญ่มักมีระบบธรรมาธิบาลองค์กรที่แข็งแกร่งกว่าบริษัทขนาดเล็ก (La Porta et al., 1999)
4. กรณีที่ใช้ชื่อนิติบุคคลหรือหน่วยงานในการตีพิมพ์
กรณีที่ใช้ชื่อนิติบุคคล เช่น บริษัท สมาคม หน่วยงานราชการ หน่วยงานเอกชน รัฐวิสาหกิจ ฯลฯ ในการตีพิมพ์ ให้ระบุชื่อนิติบุคคลหรือหน่วยงานนั้นเป็นผู้นิพนธ์
1) รูปแบบการอ้างอิงหน้าข้อความ : ชื่อหน่วยงาน/(ปี)
ตัวอย่าง : Office of the National Economics and Social Development Council (2022) พบว่าการผลิตและการส่งออกสินค้าอาหารสำเร็จรูปส่วนใหญ่ยังคงผลิตสินค้ารูปแบบเดิมหรือเป็นสินค้าที่ไม่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กิจการ
2) รูปแบบการอ้างอิงท้ายข้อความ : (ชื่อหน่วยงาน,/ปี)
ตัวอย่าง : การผลิตและการส่งออกสินค้าอาหารสำเร็จรูปส่วนใหญ่ยังคงผลิตสินค้ารูปแบบเดิมหรือเป็นสินค้าที่ไม่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กิจการ (Office of the National Economics and Social Development Council, 2022)
5. กรณีที่ใช้ชื่อนิติบุคคลหรือหน่วยงานในการตีพิมพ์ และมีการใช้ชื่อย่อของนิติบุคคลหรือหน่วยงานที่ในครั้งถัดไปที่อ้างอิง
กรณีที่ใช้ชื่อนิติบุคคลหรือหน่วยงานในการตีพิมพ์ และมีการใช้ชื่อย่อของนิติบุคคลหรือหน่วยงานที่ในครั้งถัดไปที่อ้างอิง ในการอ้างอิงครั้งแรก ให้ใช้ชื่อเต็มของหน่วยงาน วงเล็บด้วยชื่อย่อ ส่วนการอ้างอิงครั้งถัดไป สามารถใช้ชื่อย่อได้เลย
1) รูปแบบการอ้างอิงหน้าข้อความ : การอ้างอิงครั้งแรก ใช้ ชื่อหน่วยงาน/(ชื่อย่อหน่วยงาน,/ปี) ส่วนการอ้างอิงครั้งถัด ๆ ไป ใช้ การอ้างอิงครั้งถัดไป ชื่อย่อหน่วยงาน/(ปี)
ตัวอย่าง :
การอ้างอิงครั้งแรก ...The Office of Small and Medium Enterprises Promotion (OSMEP, 2022) พบว่าวิสาหกิจขนาดย่อมยังมีศักยภาพและโอกาสในการเติบโตในระดับต่ำ ทั้งด้านความรู้ ทักษะ การเข้าถึงข้อมูลและการปรับตัว
การอ้างอิงครั้งถัดไป ... OSMEP (2022) ส่งเสริมให้วิสาหกิจขนาดย่อมหาแนวทางเข้าถึงแหล่งทรัพยากรหรือความรู้ที่เหมาะสม
2) รูปแบบการอ้างอิงท้ายข้อความ : การอ้างอิงครั้งแรก ใช้ (ชื่อหน่วยงาน/[ชื่อย่อหน่วยงาน],/ปี) ส่วนการอ้างอิงครั้งถัด ๆ ไป ใช้ การอ้างอิงครั้งถัดไป (ชื่อย่อหน่วยงาน,/ปี)
ตัวอย่าง :
การอ้างอิงครั้งแรก ...วิสาหกิจขนาดย่อมยังมีศักยภาพและโอกาสในการเติบโตในระดับต่ำ ทั้งด้านความรู้ ทักษะ การเข้าถึงข้อมูลและการปรับตัว (The Office of Small and Medium Enterprises Promotion [OSMEP], 2022)
การอ้างอิงครั้งถัดไป ... วิสาหกิจขนาดย่อมโดยเฉพาะกลุ่มอาหาร ต้องหาแนวทางเข้าถึงแหล่งทรัพยากรหรือความรู้ที่เหมาะสม (OSMEP, 2022)
6. กรณีที่ไม่มีชื่อผู้นิพนธ์ และไม่มีชื่อหน่วยงานในการตีพิมพ์ เช่น เอกสารทางกฎหมาย หรือสารสนเทศที่เป็นส่วนหนึ่งของงานอื่น (บทในหนังสือ/บทความในวารสาร/สารานุกรม) ฯลฯ ให้ใช้ชื่อเอกสารแทน
1) รูปแบบการอ้างอิงหน้าข้อความ : ชื่อเรื่อง,/(ปี)
ตัวอย่าง : “พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี" ใช้ The Sixtieth Anniversary Celebrations of King Bhumibol Adulyadej's Accession to the Throne, (2018) ...
2) รูปแบบการอ้างอิงท้ายข้อความ : (ชื่อเรื่องหรือชื่อกฎหมาย,/ปี)
ตัวอย่าง : "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541" ในภาษาอังกฤษ คือ Labor Protection Act B.E. 2541 (1998) ใช้ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541 ได้กำหนดมาตรฐานการคุ้มครองแรงงานขั้นต่ำให้ลูกจ้างทุกคนได้รับการปฏิบัติจากนายจ้างอย่างเท่าเทียมกัน (Labor Protection Act B.E. 2541 (1998), 2023)
7. กรณีสัมภาษณ์
การอ้างอิงถึงการสัมภาษณ์ที่ไม่มีการเผยแพร่สาธารณะ ให้เขียนอ้างอิงในเนื้อหาเท่านั้นโดยไม่ต้องใส่เป็นรายการอ้างอิงท้ายบทความ หรือหากผู้วิจัยต้องการให้เป็นไปตามหลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ สามารถระบุนามสมมติของผู้ถูกสัมภาษณ์ เช่น “การใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องยากสำหรับผู้สูงอายุ...” (ชาวบ้าน ก, สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2561)
1) รูปแบบการอ้างอิงหน้าข้อความ : อักษรย่อชื่อผู้ถูกสัมภาษณ์/สกุลผู้ถูกสัมภาษณ์/(personal communication,/เดือน/วัน,/ปี)
ตัวอย่าง : Tokugawa (personal communication, January 25, 2019) ให้ข้อเสนอแนะตามอีเมลว่า...
2) รูปแบบการอ้างอิงท้ายข้อความ : (อักษรย่อชื่อผู้ถูกสัมภาษณ์/สกุลผู้ถูกสัมภาษณ์/personal communication,/เดือน/วัน,/ปี)
ตัวอย่าง : ...จากปัจจัยทางการเมืองทั้งหมดที่กล่าวมานั้น (I. Tokugawa, personal communication, January 25, 2019).
ตัวอย่างการใช้นามสมมติ : It is reported that ..... (N. M. Blampied, personal communication, June 10, 2023)
รูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิงท้ายเล่ม บรรณานุกรม หรือเอกสารอ้างอิง (Bibliography)
1) บรรณานุกรมภาษาไทยให้แปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ทั้งนี้ ชื่อบทความวิทยานิพนธ์หรือชื่อบทความวารสาร ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการเขียนเป็นภาษาอังกฤษไว้อยู่แล้ว ส่วนชื่อผู้แต่ง ชื่อบทความ และอื่น ๆ ที่ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ ให้ผู้เขียนตรวจสอบจากเว็บไซต์ โดยใช้ภาษาอังกฤษที่มีปรากฏอยู่แล้ว เช่น ชื่อผู้แต่งภาษาอังกฤษ หากค้นหาจากเว็บไซต์แล้วพบว่า มีชื่อภาษาอังกฤษอยู่แล้วให้ใช้ชื่อนั้น ๆ ไม่ได้เป็นการเขียนขึ้นมาเอง
2) ให้รวบรวมเอกสารที่ใช้อ้างอิงไว้ท้ายบทความเรียงตามลำดับอักษรของแหล่งอ้างอิงและสกุลผู้เขียน ทั้งนี้ แหล่งรายการอ้างอิงที่เผยแพร่หากเป็นภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ เช่น ภาษาไทย ให้ระบุ [in Thai] ภาษาเกาหลี ให้ระบุ [in Korean] ไว้ด้านท้ายการอ้างอิงแต่ละรายการ แต่หากการอ้างอิงเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ต้องระบุ
1. การเขียนชื่อผู้นิพนธ์
1.1 กรณีผู้นิพนธ์ 1 คน
รูปแบบ : สกุล,/อักษรย่อชื่อ./(ปีพิมพ์).
ตัวอย่าง : วิจิตรา โพธิสาร (2560) ใช้ Potisarn, W. (2017)……..
1.2 กรณีผู้นิพนธ์ 2 คน
รูปแบบ : สกุล1,/อักษรย่อชื่อ1./&/สกุล2,/อักษรย่อชื่อ2./(ปีพิมพ์).
ตัวอย่าง : วิจิตรา โพธิสาร และนงนุช มะลิทอง. (2560) ใช้ Potisarn, W. & Malithong, N. (2017)……..
1.3 กรณีผู้นิพนธ์ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 20 คน ให้ใส่ชื่อผู้นิพนธ์ทุกคน โดยใส่เครื่องหมาย ( , ) กั้นระหว่างชื่อ และใช้ & เชื่อมสกุล อักษรย่อชื่อของผู้นิพนธ์คนสุดท้าย
รูปแบบ : สกุล1,/อักษรย่อชื่อ1./,/สกุล2,/อักษรย่อชื่อ2./...&/ สกุลคนสุดท้าย,/อักษรย่อชื่อคนสุดท้าย./(ปีพิมพ์).
ตัวอย่าง : วิจิตรา โพธิสาร, จักรพงษ์ เจือจันทร์, สุรีย์ฉาย สุคันธรัต และ ประภาพร บุญปลอด. (2562) ........ ใช้ Potisarn, W., Juajun, J., Sukantarat, & S., Boonplod, P. (2019)……..
1.4 กรณีผู้นิพนธ์เกิน 21 คน ให้ใส่ชื่อผู้นิพนธ์คนที่ 1-19 ให้ครบทุกคน ตามด้วยเครื่องหมาย ( , ) วรรค ตามด้วย ... และสกุล อักษรย่อชื่อของผู้นิพนธ์คนสุดท้าย
รูปแบบ : สกุล1,/อักษรย่อชื่อ1./,/สกุล2,/อักษรย่อชื่อ2./...../สกุล19,/อักษรย่อชื่อ19.,/.../ สกุลคนสุดท้าย,/อักษรย่อชื่อคนสุดท้าย./(ปีพิมพ์).
ตัวอย่าง : Ioannidis, N. M., Rothstein, J.H., Pejaver, V., Middha, S., McDonnell, S.K., Baheti, S., Musolf, A., Li, Q., Holzinger, E., Karyadi, D., Cannon-Albright, L.A., Teerlink, C.C., Stanford, J. L., Isaacs, W. B., Xu, J., Cooney, K. A., Lange, E.M., Schleutker, J., Carpten, J. D., ... Weiva, S. (2016).








