การศึกษาความขัดแย้งด้านกายภาพและการบริหารจัดการพื้นที่ ระหว่างพื้นที่ราชการและพื้นที่สาธารณะ กรณีศึกษาศูนย์ราชการจังหวัดสมุทรปราการ
Main Article Content
บทคัดย่อ
ในปัจจุบัน พื้นที่ศูนย์ราชการไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทเพิ่มขึ้นในฐานะพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ส่งผลให้เกิดความทับซ้อนในการใช้งานระหว่างพื้นที่ราชการและพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะในบริบทเมืองที่ศูนย์ราชการตั้งอยู่ใกล้แหล่งชุมชนและระบบคมนาคม อย่างไรก็ตาม การจัดการพื้นที่ที่ขาดความชัดเจนทั้งในด้านกายภาพและการบริหารจัดการ อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในการใช้พื้นที่และลดประสิทธิภาพของพื้นที่โดยรวม งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาพฤติกรรมการใช้พื้นที่ของประชาชนทั่วไปและเจ้าหน้าที่รัฐภายในศูนย์ราชการจังหวัดสมุทรปราการ (2) วิเคราะห์ปัญหาและความไม่สอดคล้องในการใช้พื้นที่ระหว่างพื้นที่ราชการและพื้นที่สาธารณะ และ (3) เสนอแนวทางการจัดการพื้นที่ที่เหมาะสมต่อบริบทดังกล่าว
การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ประกอบด้วยการสำรวจภาคสนาม การสังเกตพฤติกรรม
การสัมภาษณ์เชิงลึก และการเก็บข้อมูลแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 240 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนทั่วไป วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า เมื่อจำแนกพื้นที่ออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ 1) พื้นที่ราชการ และ 2) พื้นที่สาธารณะ ความขัดแย้งในการใช้พื้นที่มีความสัมพันธ์กับระดับการเข้าถึง รูปแบบการควบคุมพื้นที่ และการจัดการพื้นที่ร่วมกัน โดยปัญหาหลักที่ทั้งสองกลุ่มรับรู้ร่วมกัน ได้แก่ ความไม่ปลอดภัย
การขาดพื้นที่ร่มเงาและที่นั่งพักผ่อน และความไม่ชัดเจนด้านการบริหารจัดการ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐรับรู้ปัญหาในบางประเด็นสูงกว่าประชาชนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ศูนย์ราชการจังหวัดสมุทรปราการมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับทั้งบทบาทพื้นที่ราชการและพื้นที่สาธารณะ หากมีการจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบและบูรณาการ โดยเฉพาะการกำหนดขอบเขตพื้นที่ การจัดการช่วงเวลาใช้งาน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการจัดการศูนย์ราชการในบริบทเมืองอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำบทความทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กรมโยธาธิการกระทรวงมหาดไทย. (2540). แนวคิดการจัดตั้งศูนย์ราชการจังหวัด.กระทรวงมหาดไทย.
กนกวรรณ จันทร์พรหม. (2560). การจัดการพื้นที่สาธารณะในเขตเมือง: กรณีศึกษาสุสานแต้จิ๋ว กรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์การผังเมืองมหาบัณฑิตที่ไม่มีการตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
จุลศักดิ์ โฆษิตพิพัฒน์. (2561). พื้นที่สาธารณะกับสังคมเมือง. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ธีรวุฒิ เอกะกุล. (2543). สถิติเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย
นิธิ ลิศนันท์. (2559). แนวทางที่ส่งเสริมศักยภาพของพื้นที่สาธารณะในเมืองเก่านครราชสีมา. วารสารสถาปัตยกรรมศาสตร์, 15(2), 45–62.
นิธิวดี ทองป้อง. (2565). วิธีการศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้สวนสาธารณะเพื่อการพัฒนา. วารสารศิลปกรรมสาร, 28(1), 67–81.
บทความวิจัย: กิจกรรมและปัจจัยทางกายภาพในพื้นที่สาธารณะเมืองเก่านครศรีธรรมราช. (2021). วารสารสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม, 16(1), 79–98.
ปรีดา หุตะจูฑะ. (2546). พฤติกรรมมนุษย์กับสภาพแวดล้อม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศุภชัย ชัยจันทร์, & ณรงพน ไล่ประกอบทรัพย์. (2016). Public concepts of urban public space: แนวคิดสาธารณะของพื้นที่สาธารณะในเมือง. วารสารผังเมือง, 11(2), 15–34.
อดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้. (2562). การวิเคราะห์พื้นที่สาธารณะและรูปแบบความขัดแย้งในเมือง. (ม.ป.ท.)
Abdulla, K. M. A., & Abdelmonem, M. G. (2023). Mapping safety, security and walkability of historical public open spaces in post-conflict Libya: Tripoli as a North African case study. Frontiers in Sustainable Cities, 5, 1–16.
Alvarado Vazquez, S., Madureira, A. M., Ostermann, F. O., et al. (2024). Challenges and opportunities of public space management in Mexico.
Awal, S. I. (2020). Definitions for public, private, and in-between spaces in student housing.
Cheng, H. (2020). “Conflict” or “cooperation”: A study on the spontaneous order of urban public space development from the perspective of stakeholders.
Carmona, M., De Magalhães, C., & Hammond, L. (2008). Public space: The management dimensions. Taylor & Francis e-Library.
de Magalhães, C., & Carmona, M. (2006). Innovations in the management of public space: Reshaping and refocusing. Planning Theory & Practice, 7(3), 289–303.
Gehl, J. (1987). Life between buildings: Using public space. Island Press.
Jacobs, J. (1961). The death and life of great American cities. Random House.
Lang, J. (1994). Urban design: The American experience. Van Nostrand Reinhold.
Lefebvre, H. (1991). The production of space. Blackwell.
Mela, A. (2014). Urban public space between fragmentation, control, and conflict. City, Culture and Society, 5(1), 29–35.
Project for Public Spaces. (2000). How to turn a place around: A handbook for creating successful public spaces. PPS.
Public Concepts of Urban Public Space. (2016). Public space and urban life: Conceptual approaches.
Sokolowski, M. (2014). Public space, urban identity and conflict in Medieval Flanders. Journal of Medieval History, 40(3), 300–316.