“ประทับจันทร์”: การพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ด้วยแนวคิดศิลปะและมรดกวัฒนธรรม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การออกแบบผลิตภัณฑ์ “ประทับจันทร์ (PRATABCHAN)” มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ผสานศิลปะอิมเพรสชันนิสม์ (Impressionism) เข้ากับมรดกวัฒนธรรมของชุมชนท่าพระจันทร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เพื่อสื่อสารอัตลักษณ์ท้องถิ่นในบริบทร่วมสมัย โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ (Creative Design Process) และได้ผลิตภัณฑ์คือ ที่ใส่บัตร (Card Holder) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปินอิมเพรสชันนิสม์ ได้แก่ โคลด โมเนต์ (Claude Monet) และ วินเซนต์ แวนโก๊ะ (Vincent van Gogh) ซึ่งเน้นการใช้แสง สี และบรรยากาศเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ สู่ลวดลายผลิตภัณฑ์ 4 แบบ ได้แก่ Impressed with TPC, Starry Cat, CITU Brightness และ CITU Balcony ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของพื้นที่ท่าพระจันทร์
ผลการประเมินความพึงพอใจจากกลุ่มตัวอย่าง พบว่าร้อยละ 94.2 มีความพึงพอใจมากที่สุดต่อการออกแบบลวดลายและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ สะท้อนว่าผลงานสามารถถ่ายทอดคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ประทับจันทร์” จึงเป็นตัวอย่างของการบูรณาการศิลปะ วัฒนธรรม และจิตสำนึกทางสังคม ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่ใช้ทุนทางวัฒนธรรมสร้างคุณค่าเชิงสังคมและส่งเสริมความยั่งยืนของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำบทความทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ธนิก เลิศชาญฤทธ์. (2550). การจัดการมรดกทางวัฒนธรรม: กรุงเทพฯ. คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วันวิสาข์ พรมจีน และ อติเทพ แจ้ดนาลาว. (2562). การใช้แสงและสีทางจิตวิทยา เพื่อการออกแบบพัฒนาฉาก. Veridian E-Journal, มหาวิทยาลัยศิลปากร, 12(6). สืบค้นจาก http://he02.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/view/152907
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์. (2561). แผนปฏิบัติการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์. https://www.cea.or.th/storage/app/media/ITA2567/o8_ActionPlan_2567.pdf
Cross, N. (2006). Designerly Ways of Knowing. Springer-Verlag London.
Gombrich, E. H. (2006). The Story of Art (16th ed.). Phaidon Press.
Hennessey, B. A., & Amabile, T. M. (2010). Creativity. Annual Review of Psychology, 61, 569–
https://doi.org/10.1146/annurev.psych.093008.100416
Rewald, J. (1973). The history of impressionism (4th ed.). Museum of Modern Art.
UNCTAD. (2010). Creative economy: A feasible development option. United Nations. https://unctad.org/webflyer/creative-economy-feasible-development-option
UNESCO. (2003). Convention for the safeguarding of the intangible cultural heritage. UNESCO. https://ich.unesco.org/en/convention
UNESCO. (2013). Creative economy report 2013: Widening local development pathways. United Nations Development Programme & UNESCO. https://unctad.org/publication/creative-economy-report-2013