A Study of the Factors Contributing to the Marginalization of Women in Khon Performance
Main Article Content
Abstract
The study on the factors that contribute to the marginalization of women in Khon performance aims to investigate the various factors that limit women’s roles in Khon. This qualitative research focuses on the Royal Khon performances from 2018 to 2024, employing the concept of Gender Role as an analytical framework. The study is based on document analysis and related research.
The findings derived from examining episode titles, the number of performers, and the roles of male and female performers show that the factors contributing to the marginalization of women in Khon include role limitations defined by traditional scripts, gendered restrictions shaped by customary norms, and social–cultural values. Khon functions as a cultural mechanism that reinforces traditional gender roles, positioning men as figures of authority while assigning women to supplementary or secondary roles.
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำบทความทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนเท่านั้น
References
กรมศิลปากร. (2556) รามเกียรติ์ ฉบับพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ คุรุสภา.
ธนิต อยู่โพธิ์. (2495). ตำนานโขนหลวง. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์พระจันทร์
ธนิต อยู่โพธิ์. (2516). ศิลปะละคอนรำ. กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศิวพร.
สุทธ์ ทิมากร. (2500). โขน. กรุงเทพมหานคร: สหอุปกรณ์การพิมพ์.
ชลาลัย วงศ์อารีย์ (2563). ประวัติศาสตร์ตัวนางผู้ชายในการแสดงนาฏยศิลป์ไทย. วารสารวิชาการ
มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 12(2), 55-68.
ญาณวุฒิ ดวงดารา, ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์, และ อัควิทย์ เรืองรอง. (2566). การแสดงบทบาทข้ามเพศ: แนวคิดนอกกรอบเพศภาวะและปัจจัยที่ส่งผลต่อการข้ามเพศ. วารสารมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, 17(2), 97-122
พัชรินทร์ สันติอัชวรรณ, และ ผุสดี หลิมสกุล. (2560). บทบาทนางโขน: สีสันแห่งการแสดงโขน. วารสารรมยสาร, 15(2), 33–40.
ภรดี พันธุภากร และ อภิญญา รุ่งพิทักษ์มานะ. (2565). การขึ้นทะเบียนโขน : ตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ. วารสารศิลปกรรมบูรพา, 25(2), 89-107
สุมาลี วีระวงศ์. (2546). บทบาทของสตรีในวรรณคดี : เงาสะท้อนกับความจริง. วารสารศิลปะศาสตร์, 3(2), 157-171
อมรา กล่ำเจริญ และคณะ. (2561) โขน. วารสารสถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ, 20(1), 215-228
ฐาปนีย์ สังสิทธิวงศ์. (2557). โขน : ศิลปะประจำชาติไทยและสื่อวัฒนธรรมในบริบทสังคมร่วมสมัย
[วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, สาขาศิลปวัฒนธรรมวิจัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ]. https://ir.swu.ac.th/jspui/bitstream/123456789/3932/2/Thapanee_S
ณัฐกานต์ พลพิทักษ์. (2559). โขนพระราชทาน : การสืบทอดและ การสร้างสรรค์บทโขนแก่ผู้ชม
ร่วมสมัย. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สาขาวิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์
จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาhttp://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2016.705
วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร. (2565). หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2565 (นาฏศิลป์ไทย). https://www.bpi.ac.th/upload/media/2022/06/788662a17ddf2f4ae.pdf
หรรษา ติ่งสุวรรณ. (2548). บทบาทสตรีในรามเกียรติ์: ศึกษาเปรียบเทียบนางสีดาของอินเดียและไทย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สาขามานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. CUIR. http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/66182
เอกณัฏฐ์ วิทย์วศิน. (2563). นาฏยกรรมโขนอุษาคเนย์: อัตลักษณ์ที่แตกต่างในมิติทางประวัติศาสตร์และความเป็นชาติ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]. TU Digital Collections. https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:183187
สันติภาพ สีเผือก. (2561). การวิเคราะห์บทบาทตัวละครเอกฝ่ายหญิงในละครนอกด้วยทฤษฎีสตรีนิยม. ใน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ “Graduate School Conference 2018” (1111–1118).
กองโบราณคดี. (ม.ป.ป.). กุมภกรรณทดน้ำ. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568. https://www.finearts.go.th/archae/view/45595--%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3-
จรัญ พูลลาภ. (ม.ป.ป.) ตามรอยครูดูโขน ละคร อยุธยา. กรมศิลปากร, สืบค้นเมื่อวันที่ 8
กุมภาพันธ์ 2568. https://www.finearts.go.th/promotion/view/43300-ตามรอยครูดูโขน-ละคร-อยุธยา
ชัยณรงค์ กิตินารถอินทราณี. (11 กรกฎาคม 2557). โขน...โฉมงามhttps://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/592644
ไทยพีบีเอส. (21 พฤศจิกายน 2561). "ยูเนสโก" ขึ้นทะเบียน "โขน" เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ. https://www.thaipbs.or.th/news/content/276021
ไทยโพสต์. "8 ฉากยิ่งใหญ่โขนศิลปาชีพพระจักราวตาร " สืบค้นเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568. https://www.thaipost.net/news-update/685527/
ไทยโพสต์. (13 มิถุนายน 2566). โขนพระราชทานค้นหานักแสดงรุ่นใหม่ ตอน’กุมภกรรณทดน้ำ’. https://www.thaipost.net/news-update/395862/
ปิ่นอนงค์ ปานชื่น. (22 กันยายน 2562). หนุมานผจญภัยในสืบมรรคา. กรุงเทพธุรกิจ. https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/848032
มติชนออนไลน์. (ม.ป.ป.). "โขนพระราชทาน 'สืบมรรคา' : โดย ผศ.ดร.สมหมาย จันทร์เรือง" สืบค้นเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568. https://www.matichon.co.th/columnists/news_1764227
มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ. (ม.ป.ป.). โขน. สืบค้นเมื่อวันที่ สืบค้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568. https://ich-thailand.org/heritage/detail/6291e5b7978f238e61f77da4
วราพงษ์ ป่านแก้ว. (2566). โขนพระราชทาน ศาสตร์และศิลป์ชั้นสูง…ความภาคภูมิใจของไทยทั้งชาติ. https://thaipropertymentor.com/archives/21406
วิทยาลัยนาฏศิลป. (ม.ป.ป.). ประวัติวิทยาลัย. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568. https://cda.bpi.ac.th/prawat.html
ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก. (1 ตุลาคม 2561). แหวกม่านวัฒนธรรม ส่องสถานภาพสตรีในสังคมอินเดีย. https://www.the101.world/woman-rights-in-india/
สมชัย อักษรารักษ์. (ม.ป.ป.). "รำลึกถึง "โขนพระราชทาน" กว่าทศวรรษแห่งการฟื้นศาสตร์และศิลป์ของแผ่นดิน", สืบค้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568. https://www.thestorythailand.com/12/08/2022/73123/
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (2554). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔. https://dictionary.orst.go.th/
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ. "การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สะกดทัพ." สืบค้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568. https://www.businesseventsthailand.com/th/event-calendar/detail/555-
สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร. "ประกาศกิจกรรมเทศกาลดนตรีกรุงเทพมหานคร (Bangkok Music Fest): สืบค้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568. https://webportal.bangkok.go.th/cstdprakard
Disco TEAK. (n.d.). Wayang Wong: The Court Dance-Drama. Retrieved from https://disco.teak.fi/asia/wayang-wong-the-court-dance-drama/
Facts and Details. (n.d.). THEATER IN INDONESIA: HUMAN PUPPETS, DANCE-DRAMA AND MASKED THEATER. Retrieved from https://factsanddetails.com/indonesia/Arts_Culture_Media_Sports/sub6_4c/entry-4055.html?utm
Khan Performance โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ. (16 มิถุนายน 2562). ประกาศรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบตัดสิน. [ลิงก์]. https://www.facebook.com/share/p/1BDquSrwrX/?mibextid=wwXIfr
MGR Online. (7 กันยายน 2561). เรื่องย่อ “พิเภกสวามิภักดิ์”. https://mgronline.com/drama/detail/9610000089952
River City Bangkok. (2 กันยายน 2565). โขนไทย มรดกโลก. สืบค้นจาก https://rivercitybangkok.com/th/khon-mask/
UNESCO. (n.d.). Wayang Wong: The Court Dance-Drama. Retrieved from https://www.unesco.org/archives/multimedia/document-4767
Butler, J. (1999). Gender trouble: Feminism and the subversion of identity. New York: Routledge
Eagly, A. H. (1987). Sex differences in social behavior: A social-role interpretation. Lawrence Erlbaum Associates.
Lorber, J. (1994). Paradoxes of gender. New Haven: Yale University Press.
Wollstonecraft, M. (1792). A Vindication of the Rights of Woman with Strictures on Political and Moral Subjects. Liberty Fund.
Hazarika, M. (2014). Gender roles and representation of feminine identity in Ramayana: A critical study. International Journal of English Language, Literature in Humanities (IJELLH), 2(5), 295–301.
U Thaw Kaung. (2002). The Ramayana Drama in Myanmar. Journal of the Siam Society,
(1 & 2), 136–148.