แนวทางการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีจราจรทางบก: กรณีศึกษาพนักงานสอบสวน สังกัดกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ
คำสำคัญ:
การรวบรวมพยานหลักฐาน, คดีจราจรทางบก, พนักงานสอบสวน, นิติวิทยาศาสตร์, ความต้องการจำเป็นบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นของกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีจราจรทางบก และ 2) ทราบแนวทางการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีจราจรทางบกของพนักงานสอบสวนสังกัดกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (mixed methods research) วิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างพนักงานสอบสวน โดยใช้แบบประเมินความต้องการจำเป็น (needs assessment) และวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ การวิเคราะห์ค่าดัชนี PNI Modified จะแสดงถึงลำดับความสำคัญเร่งด่วนของปัญหา ซึ่งช่วยให้สามารถจำแนกปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขในลำดับแรกได้อย่างชัดเจน ผลการวิจัยพบว่าพนักงานสอบสวนมีความต้องการจำเป็นในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานสูงที่สุด (PNI Modified=0.471) โดยเฉพาะประเด็นการรักษาสถานที่เกิดเหตุห้ามเคลื่อนย้ายวัตถุใด ๆ จนกว่าการเก็บหลักฐานจะเสร็จสิ้น สำหรับปัจจัยด้านทรัพยากรการบริหาร (4M) พบว่าด้านงบประมาณ (money) และวัสดุอุปกรณ์ (materials) มีความต้องการจำเป็นสูงสุดเนื่องจากการจัดสรรงบประมาณจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงานจริง ทั้งด้านอุปกรณ์สำนักงาน และอุปกรณ์เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน แนวทางแก้ไขที่สำคัญคือการเปลี่ยนวิธีการจัดสรรงบประมาณ จัดหาอุปกรณ์เทคโนโลยีรวบรวมพยานหลักฐานที่ทันสมัย ปรับเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัล (digital transformation) และการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOPs) ที่ชัดเจนเพื่อรักษาสภาพพยานหลักฐานตามหลักห่วงโซ่แห่งการครอบครอง
เอกสารอ้างอิง
กนกพร แสนแก้ว. (2561). การศึกษาความรู้ความเข้าใจด้านการตรวจสถานที่เกิดเหตุของพนักงานสอบสวนในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม. วารสารวิจัยและนวัตกรรมท้องถิ่น, 14(2), หน้า 121-136.
โกสินทร์ หินเธาว์ และศุภชัย ศุภลักษณ์นารี. (2562). วิธีคิดในการแสวงหาพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์คดีจราจร. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร, 39(2), หน้า 140-160.
ตรองหทัย ยศประสิทธิ์. (2561). ความรู้ ความคิดเห็นในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 [วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เทวฤทธิ์ อุทธา. (2555). การศึกษากระบวนการรักษาสถานที่เกิดเหตุและรักษาวัตถุพยานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิต่าง ๆ ในเขตจังหวัดชลบุรี [วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
พิมลพัชร ประเสริฐกิตสิริ. (2560). ข้อจํากัดทางกฎหมายเกี่ยวกับการตรวจสถานที่เกิดเหตุทางอาญา. วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ, 27(1), หน้า 103-115.
สวพ.FM91. (2567, 3 ธันวาคม). สลด ชายวัย 24 ปี ถูกรถไม่ทราบชนิดเฉี่ยวชนแล้วทับซ้ำจนเสียชีวิต กลางถนนเทพรัตน กม.18. สวพ. FM91. https://fm91bkk.com/newsarticle/63088
สำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง. (2568). รายงานอุบัติเหตุบนทางหลวงทั่วประเทศไทย ประจำปี 2564-2567. http://bhs.doh.go.th/download/accident
สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 2). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Best, J. W. (1981). Research in education (4th ed.). Prentice-Hall.
Hayden, B. & Baldwin, B.S. (2017). Crime Scene Contamination Issues. https://www.crime-scene-investigator.net/crime-scenecontaminationissues.html
Peterson, J.L., Hickman, M.J., Strom, K.J., & Johnson, D.J. (2013). Effect of Forensic Evidence on Criminal Justice Case Processing. Journal of Forensic Science, 58(Suppl 1), pp. S78-S90.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
- บทความในวารสารวิชาการมนุษย์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี เป็นความคิดเห็นของผู้นิพนธ์ ไม่ใช่ความคิดเห็นของกองบรรณาธิการ และไม่ใช่ความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการและ/หรือของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
- กองบรรณาธิการไม่สงวนสิทธิ์ในการคัดลอก แต่ให้อ้างอิงแสดงที่มา
- บทความที่ได้รับตีพิมพ์จะมีการตรวจความถูกต้องเหมาะสมจากกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง (peer review) จำนวน 3 คน โดยผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่ทราบผู้นิพนธ์ และผู้นิพนธ์ไม่ทราบชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ (double-blind peer review)
