รูปแบบการจัดการพื้นที่การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ของชนเผ่าหลีในมณฑลไห่หนานที่บูรณาการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้กับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ผู้แต่ง

  • หวาง ซวน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
  • ทองเจือ เขียดทอง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

คำสำคัญ:

รูปแบบการจัดการ, พื้นที่การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์, ชนเผ่าหลีในมณฑลไห่หนาน, มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้, การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์เกี่ยวกับสภาพปัจจุบันของการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ปัญหาการสืบทอด และความต้องการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของชนเผ่าหลี 2) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบการจัดการพื้นที่การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเหล่านั้น และ 3) เพื่อสร้างรูปแบบการจัดการพื้นที่การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์บูรณาการมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมของชนเผ่าหลีกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม งานวิจัยนี้ใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม 665 ชุด และการสัมภาษณ์เชิงลึก 7 ราย ซึ่งประกอบด้วยผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม นักวิชาการ เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้บริหารภาคธุรกิจ และชาวบ้านในชุมชน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา วิเคราะห์สังเคราะห์แบบจำลองพบว่า มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชนเผ่าหลีเผชิญกับความท้าทายสำคัญในการสืบทอด ได้แก่ ช่องว่างระหว่างวัย การแสดงออกทางวัฒนธรรมที่ไม่ชัดเจน และการบูรณาการให้เข้าการศึกษายังไม่เพียงพอ ปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพื้นที่การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์จัดแบ่งออกเป็นห้าระบบ ได้แก่ เนื้อหาองค์ความรู้ ทรัพยากรมนุษย์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การกำกับดูแลความร่วมมือ และการสนับสนุนเชิงนโยบาย จากผลการวิจัยดังกล่าว จึงได้นำเสนอรูปแบบการจัดการแบบบูรณาการ “ICCT” (มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ พื้นที่การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม) ซึ่งเน้นเป้าหมายสองประการ ได้แก่ การถ่ายทอดวัฒนธรรมและการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยว ได้รับการสนับสนุนจากทั้งห้าระบบดังกล่าวและกลไกป้อนกลับแบบพลวัต การศึกษานี้นำเสนอกรอบแนวคิดเป็นระบบ ยั่งยืนสำหรับบูรณาการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม นวัตกรรมการศึกษา และพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ชาติพันธุ์

ประวัติผู้แต่ง

หวาง ซวน, คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

คณะศิลปกรรมศาสตร์ สถาบันหนานไห่ มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ไหโข่ว

เอกสารอ้างอิง

Beghetto, R. A. (2016). Creative learning: A fresh look. Journal of Cognitive Education and Psychology, 15(1), pp. 6-23.

McKercher, B., & du Cros, H. (2002). Cultural tourism: The partnership between tourism and cultural heritage management. Routledge.

Oblinger, D. G. (Ed.). (2006). Learning spaces. EDUCAUSE.

Prahalad, C. K., & Ramaswamy, V. (2004). Co-creation experiences: The next practice in value creation. Journal of Interactive Marketing, 18(3), pp. 5–14.

Richards, G. (2018). Cultural tourism: A review of recent research and trends. Journal of Hospitality and Tourism Management, 36, pp. 12–21.

UNESCO. (2003). Convention for the safeguarding of the intangible cultural heritage. UNESCO.

UNESCO. (2006). Convention for the safeguarding of the intangible cultural heritage: Operational directives. UNESCO.

UNESCO. (2009). Traditional Li textile techniques: Spinning, dyeing, weaving and embroidering (Inscribed on the List of Intangible Cultural Heritage in Need of Urgent Safeguarding). UNESCO.

UNWTO. (2018). Tourism definitions. World Tourism Organization.

Von Bertalanffy, L. (1968). General system theory: Foundations, development, applications. George Braziller.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

20-04-2026

รูปแบบการอ้างอิง

ซวน ห., & เขียดทอง ท. (2026). รูปแบบการจัดการพื้นที่การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ของชนเผ่าหลีในมณฑลไห่หนานที่บูรณาการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้กับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, 9(1), A31-A43. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/human_dru/article/view/284606

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย