ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ 4 กับประสิทธิผลการบริหารงานบุคคล (กลุ่มเครือข่ายที่ 42-43 สำนักงานเขตหนองจอก สังกัดกรุงเทพมหานคร)
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาการบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ 4 และประสิทธิผลการบริหารงานบุคคล 2.เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ 4 กับประสิทธิผลการบริหารงานบุคคล 3.เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ 4 ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานบุคคล (กลุ่มเครือข่ายที่ 42–43 เขตหนองจอก สังกัดกรุงเทพมหานคร) โดยใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง กลุ่มตัวอย่างคือครู 148 คน และผู้เชี่ยวชาญ 5 คน พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า การบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ 4 อยู่ในระดับมาก และมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิผลของการบริหารงานบุคคลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (r = 0.76) โดยเฉพาะด้านการบริหารบุคคล (0.76) และการบริหารวิชาการ (0.73) ขณะที่ด้านงบประมาณสัมพันธ์ในระดับปานกลาง (0.65) ผลลัพธ์สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การสร้างความร่วมมือในสถานศึกษา และการขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อมูลภาพ เสียง วิดีโอ และข้อความที่ปรากฎบนเว็บไซต์นี้ ผู้นำไปใช้จะถูกอนุญาตให้นำไปใช้ได้ โดยจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มา จะต้องไม่นำไปใช้เพื่อการค้า และจะต้องไม่ดัดแปลง (CC-BY-NC-ND)
เอกสารอ้างอิง
นภา ชาลี. (2565). การบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. https://e-thesis.mcu.ac.th/items/4007
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น. https://www.car.chula.ac.th/display7.php?bib=1805691&utm_source
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2564). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 43). วัดญาณเวศกวัน. https://www.watnyanaves.net/th/book_detail/267
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. (2542, 19 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 116 ตอนที่ 74 ก, หน้า 1-23. https://ratchakitcha.soc.go.th/
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ. (2564). แนวทางจริยธรรมการทำวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ. https://www.dent.psu.ac.th/unit/ethic/index.php/2021/07/19/nation/?utm_source
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. (2567). คู่มือและหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. https://otepc.go.th/
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กระทรวงศึกษาธิการ. https://www.onec.go.th/index.php/book/BookView/1540?utm_source
Best, J. W. & Kahn, J. V. (2006). Research in education (10th ed.). Pearson Education.
https://books.google.com/books/about/Research_in_Education.html?id=xgliQgAACAAJ&utm_source
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 1-55. https://archive.org/details/likert-1932-a-technique-for-the-measurement-of-attitudes
Hoy, W. K. & Miskel, C. G. (2013). Educational Administration: Theory, Research, and Practice (9th ed.). McGraw-Hill. https://search.worldcat.org/title/Educational-administration-:-theory-research-and-practice/oclc/971075769
Patton, M. Q. (2002). Qualitative Research & Evaluation Methods (3rd ed.). SAGE Publications. https://books.google.com/books/about/Qualitative_Research_Evaluation_Methods.html?id=FjBw2oi8El4C&utm_source=chatgpt.com