ปัจจัยการบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 2

Main Article Content

วรางค์รัตน์ มลิวัลย์
เทพ เมยไธสง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยการบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 2 กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริหารและครูผู้สอน จำนวน 304 คน คัดเลือกโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา ค่าดัชนีอำนาจจำแนก และค่าความเชื่อมั่นในระดับสูง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยการบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างองค์กร บรรยากาศและวัฒนธรรมองค์กร การพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยีสารสนเทศ และภาวะผู้นำ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ขณะที่ประสิทธิผลของสถานศึกษาก็อยู่ในระดับมากเช่นกัน ทั้งสองตัวแปรมีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ปัจจัยที่สามารถร่วมกันพยากรณ์ประสิทธิผลของสถานศึกษา ได้แก่ ภาวะผู้นำ การพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยีสารสนเทศ โครงสร้างองค์กร และบรรยากาศและวัฒนธรรมองค์กร โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณ (R) เท่ากับ .906 ค่ากำลังอธิบาย (R²) ร้อยละ 82.10 ค่าสัมประสิทธิ์ที่ปรับแล้ว (Adjusted R²) เท่ากับ .817 และค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (S.E.) เท่ากับ .063 สมการถดถอยเชิงพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐานคือ Zy = 0.228(Z5) + 0.342(Z3) + 0.362(Z4) + 0.138(Z1) + 0.190(Z2)

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
มลิวัลย์ ว., & เมยไธสง ส. (2026). ปัจจัยการบริหารตามหลักพรหมวิหาร 4 ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 2. วารสารมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, 5(2), 48–63. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/hsi_01/article/view/281106
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2556). มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง 2556). กรุงเทพฯ: สำนักมาตรฐานการศึกษาและประกันคุณภาพการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). รายงานการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

กรมวิชาการ. (2556). คู่มือการใช้แบบสอบถามในการวิจัยทางการศึกษา. โรงพิมพ์การศึกษา.

กุลชัย โพธิ์นันท์. (2559). ภาวะผู้นำเชิงพุทธตามหลักพรหมวิหาร 4. วารสาร Roi Kaensarn Academi, 1 (2), 1-12. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JRKSA/article/download/246170/166322

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์. (2558). พุทธจิตวิทยากับการบริหารคน. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

จักรกฤษณ์ โพดาพล. (2558). ผู้บริหารกับพรหมวิหารธรรม. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง.

จุฑามาศ พันธุ์เพ็ง. (2564). การวิเคราะห์ข้อมูลทางการศึกษาเบื้องต้นด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นันทนา ชุติมา. (2560). การวิจัยทางการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต). (2547). ธรรมะกับการบริหาร. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต). (2553). พุทธธรรม. กรุงเทพมหานคร: มหามกุฏราชวิทยาลัย.

สราวุธ ปัดตังทานัง, พระวรเชษฐ์ วิสุทธิสาโร, และสุรินทร์ นานาผล. (2568). บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารเสฏฐวิทย์ปริทัศน์, 5 (1), 22-30.

https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/article/view/1721

สุชาติ ประสิทธิ์. (2561). หลักการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติในงานวิจัย. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สุชาติ พันธุ์สิทธิ์. (2561). การบริหารการศึกษาเชิงพุทธ. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2557). การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย: ความตรง ความเที่ยง และความเชื่อมั่น. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Borg, W. R., & Gall, M. D. (1989). Educational research: An introduction (5th ed.). Longman.

Covey, S. R. (2004). The 7 habits of highly effective people. Free Press.

Deming, W. E. (1994). The new economics for industry, government, education (2nd ed.). MIT Press.

Goleman, D. (2012). The focused leader. Harvard Business Review, 90 (12), 5060. https://hbr.org/2013/12/the-focused-leader?utm_source=chatgpt.com

Hoy, W. K., & Miskel, C. G. (2012). Educational administration: Theory, research, and practice (9th ed.). McGraw-Hill.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30 (3), 607-610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308

Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 140, 1-55. https://legacy.voteview.com/pdf/Likert_1932.pdf?utm_source=chatgpt.com