สร้างสรรค์มาจากเหมืองฝายล้านนา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาภูมิปัญญาเหมืองฝายล้านนาในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่สา ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ฝายโบราณที่ชาวบ้านใช้สำหรับการเกษตรมาตั้งแต่อดีตนั้น ปัจจุบันเปลี่ยนรูปแบบการใช้น้ำเพื่อผลิตเป็นน้ำประปามากกว่าการใช้ในการเกษตร ซึ่งความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี การละทิ้งเหมืองฝายและแหล่งน้ำชุมชนก่อให้เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำ ในช่วงฤดูแล้งน้ำมีปริมาณน้อยไม่เพียงพอกับการใช้เพาะปลูก อุปโภคและบริโภค ในทางกลับกันช่วงฤดูฝนน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนเรือกสวนไร่นา สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างน้ำตกแม่สาต้องปิดบริการชั่วคราว การศึกษาและดำเนินการวิจัยได้ประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาเหมืองฝายเพื่อจัดเป็นกิจกรรมการกระตุ้นจิตสำนึกชุมชนให้เกิดความรักและหวงแหนแหล่งน้ำชุมชน โดยการปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นคืนผืนป่าเสื่อมโทรม สร้างฝายขนาดเล็กในลำห้วยสาขาที่ไหลมายังแม่น้ำ ฝายขนาดเล็กที่กระจายตัวไปตามไหล่เขาช่วยในการกักเก็บน้ำให้มีใช้ในช่วงฤดูแล้ง และชะลอความเชี่ยวกรากของกระแสน้ำในช่วงฝนตกหนัก การฟื้นฟูระบบเหมืองฝายมีกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่และคณะบุคคลภายนอกเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ชุมชนเกิดความตระหนักถึงการแก้วิกฤตการณ์น้ำ ความสำนึกร่วมของวัฒนธรรมเหมืองฝายเป็นปัจจัยส่งเสริมให้ชุมชนได้กลับมาฟื้นฟูแหล่งน้ำอีกครั้งผ่านพิธีเลี้ยงผีขุนน้ำ และสืบชะตาน้ำ
จากการศึกษาระบบเหมืองฝายและการจัดกิจกรรมร่วมกับชุมชนได้นำองค์ความรู้มาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะในชุด “เหมืองฝายสายน้ำแห่งภูมิปัญญาระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ” โดยการใช้ระบบการกักเก็บ ไหลเวียน และลดหลั่นของน้ำจากภูมิปัญญาเหมืองฝาย ใช้วัสดุไม้ไผ่ ปูน หิน ดิน และทรายนำมาจัดวางเข้ากับสภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ซึ่งพบว่าเมื่อยามที่มีแสงอาทิตย์ส่องมากระทบผิวน้ำที่กำลังกระเพื่อมไหลและลดหลั่นเป็นชั้นๆ นั้น ได้สร้างความระยิบระยับปรากฏขึ้นบนฉากผนังและสภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติที่จัดวางเอาไว้โดยรอบ แสงสะท้อนมีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน หรือบางครั้งสวนทางและขัดแย้งกัน ท้ายสุดจางหายไปตามวัฎจักรแห่งกาลเวลา สร้างสภาวะอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่สามารถบังคับควบคุมธรรมชาติไว้ได้
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ฟื้นฟูปฐพีไทยเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำแม่สา ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม
จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพฯ: กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์, 2546.
2. กรมศิลปากร. ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 61. กรุงเทพฯ: ชวนการพิมพ์, 2516.
3. กุลพล อมตอาชาชัย. ประสิทธิผลของการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนในอุทยาน
แห่งชาติดอย สุเทพ-ปุย: กรณีศึกษาบริเวณผาดำและน้ำตกแม่สา.
เชียงใหม่: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2549.
4. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เจ้าดารารัศมี. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
2557.
5. ดวงแก้ว สนินัด. ประวัติขุนหลวงพะลังคะ กับพระนางเจ้าจามเทวี ตำรายา
สมุนไพรพื้นบ้าน รวมพิธีแผนโบราณ. เชียงใหม่: ม.ป.พ, 2548.
6. บุญคิด วัชรศาสตร์. พระธรรมเทศนาพื้นเมืองเหนือเรื่อง มัจฉาพระยาปลา
ช่อน. เชียงใหม่: ธาราทองการพิมพ์, ม.ป.ป.
7. ปรีชา เถาทอง. แนวความคิดสร้างสรรค์งานจิตรกรรมของ ปรีชา เถาทอง.
กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์พิฆเณศ, 2522.
8. พรทิพย์ เธียรธีรวิทย์. ชลประทานราษฎร์: การจัดการน้ำโดยชุมชน. เชียงใหม่:
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2543.
9. พรพิไล เลิศวิชา และอรุณรัตน์ วิเชียรเขียว. ชุมชนหมู่บ้านลุ่มน้ำขาน.
กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2546.
10. พรพิไล เลิศวิชา และคณะ. เหมืองฝาย: จัดการน้ำ จัดการคน บนพื้นฐาน
ภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม. เชียงใหม่: ธารปัญญา, 2552
11. คณะวิศวกรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. โครงการบริหารจัดการ
ทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่: แผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำ
ระดับอำเภอ. เชียงใหม่: คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,
2553.
12. ยศ สันตสมบัติ. ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการ
พัฒนาอย่างยั่งยืน. เชียงใหม่: ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2542.
13. ศรีเลา เกษพรหม. ลัวะเยียะไร่ ไทใส่นา. เชียงใหม่: มิ่งเมือง, 2541.
14. อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว และเดวิด เค. วัยอาจ. ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่.
กรุงเทพฯ: ตรัสวิน, 2543.
15. อุดม รุ่งเรืองศรี. สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่มที่ 15. กรุงเทพฯ:
มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์, 2542.
16. Ogilvie, E. Bodies of water. Nethergate: Dundee Contemporary
Arts, 2005.
17. Wittenborn, R & Biegert, C. A River drowned by water: the James
Bay project. Bangkok: Goethe-Institute, 1991.