จินตนาการจากนิทานพื้นบ้านชาติพันธุ์ม้ง

Main Article Content

ปิยฉัตร อุดมศรี

บทคัดย่อ

นิทานพื้นบ้านชาติพันธุ์ม้งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่สามารถเรียนรู้โลกทัศน์จินตนาการความคิด ทัศนคติของชาวม้งที่สืบทอดคำสอน และความเชื่อ สืบต่อกันมาสู่รุ่นต่อรุ่น เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องการอพยพหาพื้นที่ทำกิน เรื่องการเกิดโรคระบาด เรื่องการศึกษาและเรื่องการค้าขาย ทำให้ชาวม้งคนรุ่นใหม่หลงลืมมรดกทางวัฒนธรรม การที่กลับไปทบทวนนิทานพื้นบ้านของชาวม้ง จึงเท่ากับการรื้อฟื้นความหมายของความทรงจำเหล่านั้นให้มีชีวิตเชื่อมโยงใกล้ชิดกับผู้คนในยุคปัจจุบัน เพื่อชาวม้งคนรุ่นใหม่เหล่านี้จะได้เกิดความภาคภูมิใจในภูมิปัญญา และเล็งเห็นคุณค่าการสำนึกอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมนั้นไว้เพื่อคนรุ่นหลังต่อไป การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา สังคมและวัฒนธรรมของชุมชนชาวม้ง รวมทั้งแนวความคิดและภูมิปัญญาในด้านต่าง ๆ ตลอดจนศึกษานิทานพื้นบ้านชาติพันธุ์ม้ง ในชุมชนชาวม้งที่หมู่บ้านแม่สาใหม่และหมู่บ้านแม่สาน้อย ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ทำการวิเคราะห์สังเคราะห์เพื่อการสร้างสรรค์ศิลปะสื่อผสมอย่างมีส่วนร่วมของเยาวชนในชุมชน โดยมีแรงบันดาลใจจากจินตนาการเรื่องเล่าหรือนิทานพื้นบ้านชาวม้ง เพื่อกระตุ้นสร้างสำนึกอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวม้ง มีลักษณะงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ศิลปะ ใช้วิธีการศึกษาในรูปแบบสหวิทยาการ นำเสนอผลการศึกษาในรูปแบบพรรณนาและเสนอผลงานการสร้างสรรค์ศิลปะ


ผลการศึกษาพบว่า ผู้ศึกษาพบข้อมูลของนิทานพื้นบ้านชาติพันธุ์ม้งของหมู่บ้านแม่สาใหม่และหมู่บ้านแม่สาน้อย ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 9 เรื่อง แล้วทำการเลือกสรรนิทานพื้นบ้านชาติพันธุ์ม้งจากเยาวชนชุมชนม้งเป็นผู้เลือก โดยใช้หลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง นำมาจัดกลุ่มความสัมพันธ์ของนิทานพื้นบ้านชาติพันธุ์ม้งได้ แบ่งได้ 3 ประการดังนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ จึงเลือกสรรนิทานพื้นบ้านชาติพันธุ์ม้งได้ 3 เรื่อง (จากนิทานพื้นบ้านชาติพันธุ์ม้ง 9 เรื่อง) เพื่อนำมาสู่กระบวนการการลงพื้นที่ทำกิจกรรมศิลปะร่วมกับเยาวชนชุมชนม้ง หมู่บ้านแม่สาใหม่และหมู่บ้านแม่สาน้อย ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จากผลของกิจกรรมผู้ศึกษาทำการสังเคราะห์ลายเส้นของเยาวชนชุมชนม้งผนวกกับจินตนาการของผู้ศึกษา ออกมาเป็นผลงานศิลปะสื่อผสมอย่างมีส่วนร่วมกับเยาวชนชุมชนม้ง โดยสร้างสรรค์จากเทคนิควัสดุธรรมชาติที่อยู่ในวิถีชีวิตชุมชนม้ง นำเสนอในรูปแบบนิทรรศการศิลปะสื่อผสม ที่มีการจัดวางศิลปะให้เยาวชนชุมชนม้งและผู้สนใจในงานศิลปะ สามารถมีส่วนร่วมกับผลงานสร้างสรรค์ที่จัดแสดงขึ้นในครั้งนี้

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ
ประวัติผู้แต่ง

ปิยฉัตร อุดมศรี, นักศึกษาระดับปริญญาเอก ภาควิชาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

นางสาวปิยฉัตร  อุดมศรี
MISS PIYACHAT UDOMSRI
เกิด 5  พฤษภาคม  2527
703/1  ม.1  ต.ริมใต้  อ.แม่ริม  จ.เชียงใหม่  50180
โทรศัพท์ 09-3224-5455 

อีเมล์ udomcolor@gmail.com

https://www.rama9art.org/artisan/artdb/artists/home.php?p=profiles&name=Piyachat%20Udomsri

 

ประวัติการศึกษา

2558-ปัจจุบัน   - กำลังศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาศิลปะและการออกแบบ คณะวิจิตรศิลป์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

2550-2553      - ศิลปมหาบัณฑิต (ประยุกตศิลปศึกษา)  คณะมัณฑนศิลป์  มหาวิทยาลัยศิลปากร

2546-2549     - ศิลปบัณฑิต  (ศิลปะไทย) คณะวิจิตรศิลป์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

2545               - วิทยาลัยอาชีวะศึกษาเชียงใหม่

2531-2544      - โรงเรียนดาราวิทยาลัย จ.เชียงใหม่

 

ประวัติการทำงาน

2555-ปัจจุบัน  - อาจารย์ประจำสาขาคอมพิวเตอร์กราฟิกและมัลติมีเดีย คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยพะเยา

2554             - อาจารย์กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(ทัศนศิลป์) โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร (ปฐมวัยและประถมศึกษา)  ระดับประถมศึกษา  คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

เกียรติประวัติ

2561             -รับทุนของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ประเภทบัณฑิตศึกษา ประจำปี 2562 (แผนงานเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ตามทิศทางยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม)

                     -รับทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ “มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์” ประจำปี 2561

2554             -รางวัลที่ 1 รางวัลสนับสนุนของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม  การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ  ครั้งที่57

                     -ร่วมแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ  ครั้งที่57

2553             -ร่วมแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 56

                      -ร่วมแสดงนิทรรศการศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” ครั้งที่ 22

                      -รับทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ “มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์” ประจำปี 2553

2552             -รางวัลพิเศษศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” ครั้งที่ 21

                     -ร่วมแสดงศิลปกรรม  ปตท. ครั้งที่ 24

                     -ร่วมแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินรุ่นเยาว์  ครั้งที่ 26

                     -ร่วมแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 55

2545             -ได้รับคัดเลือกตีพิมพ์ผลงานออกแบบโปสเตอร์วันนิทรรศการ ศิลปกรรมวิทยาลัยอาชีวะศึกษาเชียงใหม่ ครั้งที่ 20

เอกสารอ้างอิง

Kahn, M. “Midden Heap Exhibition.” Friedmanbenda. Accessed January 5, 2018. http://www.friedmanbenda.com/exhibitions/upcoming/misha-kahn-midden-heap.

Kanchanaphan, A. Nǣo Khwāmkhit Phư̄nthān Thāng Sangkhom Læ Watthanatham. [Basic concepts of society and culture]. 3rd ed. Chiang Mai: Faculty of Social Sciences, Chiang Mai University, 2010.

Leepreecha, P. Kānkhā Khām Phromdǣn KapʻAttalak Mong. [Cross-border trade with the Hmong identity]. Chiang Mai: Chiang Mai University, 2005.

Leepreecha, P. and Whanitpradit, A. “Ongkhwāmrū Thō̜ngthin Mong Chumchon Mǣ Sā Mai [Local knowledge of the Hmong Mae Sa Mai community].” In Academic documents, ethnic studies and development Educational series and ethnicities 6. Chiang Mai: Social Research Institute, Chiang Mai University, 2007.

Nguyen, H. “What-We-Do. [Circlepainting].” Accessed February 19, 2018. https://www.circlepainting.org/what-we-do.html.

Nimmanhaemin, P. Nithān Phư̄nbān Sưksā. [Folklore Studies]. Bangkok: Faculty of Arts, Chulalongkorn University, 2000.

Singapore Biennale. An Atlas of Mirrors. Singapore: Allegro, 2016.

Siripattananuntakul, W. “Sinlapin Sinlapa Watthanatham: Kānphalit Sō̜ Kap Kān kō ʻIntœ̄. [Artist Art and Culture: Reproduction and Go Inter].” Veridian E-Journal, Silpakorn University 5, no. 3 (September/December 2012).

Tribal Development Center in Chiang Mai. Thamnīap Chumchon Bon Phư̄nthī Sūng Čhangwat Chīang Mai Phō̜. Sō̜. 2558. [Chiang Mai Highland Community House 2015]. Chiang Mai: Department of Social Development and Welfare Ministry of Social Development and Human Security, 2015.