สังคีตรังสรรค์จากทำนองเห่เรือในวัฒนธรรมไทย

ผู้แต่ง

  • ศิริลักษณ์ ฉลองธรรม คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
  • ดุษฎี มีป้อม คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
  • สุพรรณี เหลือบุญชู คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

คำสำคัญ:

สังคีตรังสรรค์, ทำนองเห่เรือ, การสร้างสรรค์บทเพลง

บทคัดย่อ

งานวิจัยเรื่องสังคีตรังสรรค์จากทำนองเห่เรือในวัฒนธรรมไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์บทเพลงจากทำนองเห่เรือในวัฒนธรรมไทย โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการศึกษาเอกสาร ข้อมูลวิดีทัศน์ และการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านดนตรีไทย ด้านการเห่เรือ และด้านภาษาไทย

ผลการศึกษาพบว่า ทำนองเห่เรือในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค มี 4 ทำนอง คือ ทำนองเกริ่นเห่ ทำนองช้าละวะเห่  ทำนองมูลเห่  และทำนองสวะเห่ ซึ่งแต่ละทำนองมีการใช้ลูกคอและใช้กลวิธีที่ใช้ในการขับร้องเพลงไทยสอดแทรกอยู่ด้วย เช่น การครั่นเสียง การปริบ การเอื้อนเสียง  โปรยเสียง การใช้เสียงนาสิก ผู้วิจัยได้นำกระสวนทำนองและกลุ่มเสียงของทำนองเห่เรือมาสร้างสรรค์เพลงใหม่ จำนวน 1 ชุด คือ เพลงชุดทศราชามหาจักรีวงศ์ ประกอบด้วยเพลงจำนวน 4 เพลง ได้แก่ เพลงทีฆชาติปรารมภ์ เพลงหงสยาตร เพลงพวยภุชงค์ และเพลงธราธารภิรมย์ ผู้วิจัยได้ประพันธ์บทร้องขึ้นใหม่ในลักษณะของกาพย์เห่เรือ ประกอบด้วยโคลงสี่สุภาพจำนวน 1 บท และกาพย์ยานี 11 จำนวน 10 บท ที่กล่าวถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงดูแลเหล่าพสกนิกรไทย  โดยผู้วิจัยถ่ายทอดผ่านการสร้างสรรค์บทเพลงให้ผู้ฟังเกิดความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นค่านิยมของคนไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีเนื้อหา 4 ช่วง ได้แก่  ช่วงที่ 1 วชิรเกล้าเจ้าจอมราชา ช่วงที่ 2 ปวงประชาร่วมยินดี  ช่วงที่ 3  ใต้ร่มพระบารมี และช่วงที่ 4 จักรีวงศ์ทรงพระเจริญ  ในการประพันธ์ทำนองเพลงผู้วิจัยได้นำทำนองเห่มาสร้างสรรค์เป็นทำนองหลักในเที่ยวแรก จากนั้นจึงประพันธ์เป็นทางเปลี่ยนอีก 3 เที่ยว ได้แก่ ทางกรอ ทางพื้น และทางลูกล้อลูกขัด ทำให้ครบถ้วนตามลักษณะสำนวนของทำนองเพลงไทย และประพันธ์ทางร้องตามทำนองเที่ยวหลักโดยกำหนดให้บรรเลงเคล้าไปกับทำนองดนตรี

เอกสารอ้างอิง

Banchongsinlapa, Orwan. Thai music arts. Bangkok: Institute of Thai Studies, 2003.

อรวรรณ บรรจงศิลป. ดุริยางคศิลป์ไทย. กรุงเทพฯ : สถาบันไทยศึกษา, 2546.

Chaimano, Bunluea. Poems Composing. Bangkok: Kasetsart University Press, 2006.

บุญเหลือ ใจมโน. การแต่งคำประพันธ์. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2549.

Chaiseri, Phichit. Composition of Thai songs. Bangkok: Chulalongkorn University Press, 2014.

พิชิต ชัยเสรี. การประพันธ์เพลงไทย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557.

Manlikamas, Kulap. Literature Review. Bangkok: Ramkhamhaeng University Printing, 2005.

กุหลาบ มัลลิกะมาส. วรรณคดีวิจารณ์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคําแหง, 2548.

Ministry of Culture. The Royal Barge Procession. Bangkok: Amarin, 2021.

กระทรวงวัฒนธรรม. ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค. กรุงเทพฯ : อมรินทร์, 2564.

Pidokrat, Narongchai. Creative art theory. Handout for the course of Research Methods and Creation in Music Course Code 434-401, Doctor of Fine Arts Program in Music. Bangkok: Bunditpatanasilpa Institute, 2019.

ณรงค์ชัย ปิฎกรัชต์. ทฤษฎีการสร้างสรรค์ศิลป์ เอกสารประกอบการเรียนรู้รายวิชาระเบียบวิธีวิจัยและการสร้างสรรค์ทางดุริยางคศิลป์ รหัสวิชา 434-401 ระดับดุษฎีบัณฑิตหลักสูตรศิลปดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาดุริยางคศิลป์. กรุงเทพฯ : สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, 2562.

Tramot, Montri. Characteristics of Thai. Bangkok: Thai Wattanapanich, 1998.

มนตรี ตราโมท. ลักษณะไทย. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, 2541.

Tumchai, Thirayut. “He ruea in the Royal Barge Procession.” Master thesis, Chulalongkorn University, 2006.

ธีรยุทธ ตุ้มฉาย. “การเห่เรือในกระบวนพยุหยาตราชลมารค.” วิทยานิพนธ์ระดับปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-08-24

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย | Research Article