การพัฒนาสื่อเชิงปฏิสัมพันธ์ที่สนับสนุนสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการควบคุมตนเองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

Main Article Content

กมลาลักษณ์ นวมสำลี
ณัฐกานต์ ภาคพรต
พฤกษา ดอกกุหลาบ

บทคัดย่อ

      การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาสื่อเชิงปฏิสัมพันธ์ที่สนับสนุนสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบห้องเรียน กลับด้าน 2) ประเมินประสิทธิภาพสื่อเชิงปฏิสัมพันธ์ที่สนับสนุนสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน ตามเกณฑ์ 85/85 3) เปรียบเทียบผลการเรียนรู้ของนักเรียนหลังเรียนด้วยสื่อเชิงปฏิสัมพันธ์ที่สนับสนุนสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านกับเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ 70 และ 4) ศึกษาพัฒนาการด้านความสามารถ ในการควบคุมตนเองของนักเรียนหลังเรียนด้วยสื่อเชิงปฏิสัมพันธ์ที่สนับสนุนสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน ตัวอย่างคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/9 โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ จำนวน 36 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย (1) สื่อเชิงปฏิสัมพันธ์รายวิชาดนตรี 8 เรื่อง (2) แผนการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน 8 แผน (3) แบบประเมินคุณภาพสื่อเชิงปฏิสัมพันธ์ (4) แบบฝึกระหว่างเรียน (5) แบบทดสอบหลังเรียน และ (6) แบบประเมินความสามารถในการควบคุมตนเอง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เกณฑ์ประสิทธิภาพ E1/E2 การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มเดียว (One-Sample t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ (One-Way Repeated Measures ANOVA)


ผลการวิจัยพบว่า


1) สื่อเชิงปฏิสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นสามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟน มี 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ เป้าหมาย การเรียนรู้ วิดีโอการสอน เกมการเรียนรู้ และแบบฝึกระหว่างเรียน มีผลการประเมินคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญในระดับ ดีมาก (M=4.86, S.D.=0.347)


2) ประสิทธิภาพของสื่อเชิงปฏิสัมพันธ์มีค่าเท่ากับ 87.01/88.70 เป็นไปตามเกณฑ์ 85/85 ที่กำหนด


3) ผลการเรียนรู้ของนักเรียนหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านร่วมกับสื่อเชิงปฏิสัมพันธ์ (M=26.61, S.D.=1.47 จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน) สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญ (t(35)=23.2, p<.001) และ


4) ความสามารถในการควบคุมตนเองของนักเรียนมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการทดลอง 8 สัปดาห์ โดยผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ [F(3, 105) = 20.4, p<.001, partial η²=0.368] และผลการทดสอบรายคู่ พบว่า ความสามารถในการควบคุมตนเองในสัปดาห์ที่ 2 ต่างกับสัปดาห์ที่ 6 และ 8 สัปดาห์ที่ 4 ต่างกับสัปดาห์ที่ 8 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

ประเภทบทความ
Research Article

เอกสารอ้างอิง

ชญาดา สื่อสุวรรณวิสิฏิ์. (2567). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้านด้วยปัญญาประดิษฐ์โดยใช้ กระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันและการรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของนักเรียน มัธยมศึกษาตอนต้น. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. https://cuir2.car.chula.ac.th/bitstream/123456789/87940/1/6680024627.pdf

ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 5(1), 7-20. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/view/28419

เชรษฐรัฐ กองรัตน์. (2565). ห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom): การจัดการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อพัฒนาผู้เรียนในยุคความปกติถัดไป (Next Normal). วารสารราชพฤกษ์, 20(2), 1-15. https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/withayajarnjournal/article/view/247271

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 8). สุวีริยาสาส์น.

ประจักษ์ วิฑูรเศรษฐ์. (2565). แนวทางการพัฒนาจรณทักษะ (Soft Skills) เพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 14(1), 258-267. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/humanjubru/article/view/261329

ประสาท เนืองเฉลิม. (2556). วิจัยการเรียนการสอน (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ศยามน อินสะอาด. (2564). การออกแบบไมโครเลิร์นนิงยุคดิจิทัล. วารสารอีซีทีเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, 16(20), 16-30. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/ectstou/article/view/246033

ศิริลักษณ์ บุญมาพันธ์. (2567). การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียแบบมีปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ออนไลน์. วารสารวิทยสารสนเทศและเทคโนโลยี, 5(1), 59-69. https://so09.tci-thaijo.org/index.php/jait_ssru/article/view/3213.

สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต. (2556). ทฤษฎีและเทคนิคการปรับพฤติกรรม. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

หทัยชนก พันพงค์. (2555). การพัฒนาแบบวัดการควบคุมตนเองสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

Campbell, D. T., & Stanley, J. C. (1963). Experimental and quasi-experimental designs for research. Rand McNally.

Doak, C. C., Doak, L. G. & Root, J. H. (1996). Teaching patients with low literacy skills (2nd ed.). J. B. Lippincott Company.

Bergmann, J., & Sams, A. (2012). Flip your classroom: reach every student in every class every day. International Society for Technology in Education.

Likert, R. (1967). The method of constructing and attitude scale. In M. Fishbein (Ed.), Attitude theory and measurement. Wiley.