การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุกของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ
คำสำคัญ:
ปัญญาประดิษฐ์, การเรียนรู้เชิงรุก, การจัดการเรียนการสอน, มหาวิทยาลัยราชภัฏบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence: AI) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุกของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ (2) ศึกษาผลของการใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนต่อระดับการเรียนรู้เชิงรุกของนักศึกษา และ (3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาก่อนและหลังการใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ AI การดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการจำเป็น ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระยะที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอน และ ระยะที่ 4 การประเมินประสิทธิผล กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏ จำนวน 40 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ รูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ AI แผนการจัดการเรียนรู้ แบบวัดการเรียนรู้เชิงรุก และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test) แบบกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระ
ผลการวิจัยพบว่า (1) รูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ AI ที่พัฒนาขึ้น มี 5 องค์ประกอบ คือ หลักการของรูปแบบ วัตถุประสงค์ของรูปแบบ กระบวนการจัดการเรียนการสอน บทบาทของผู้สอน ผู้เรียน และ AI และการวัดและประเมินผล มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (2) นักศึกษามีระดับการเรียนรู้เชิงรุกหลังการจัดการเรียนการสอนอยู่ในระดับสูง และ (3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
สุรศักดิ์ ปาเฮ. (2562). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกในระดับอุดมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์, 20(2), 45–60.
Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. Washington, DC: ASHE-ERIC Higher Education Reports.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334. doi:10.1007/bf02310555
Holmes, W., Bialik, M., & Fadel, C. (2019). Artificial intelligence in education: Promises and implications for teaching and learning. Boston, MA: Center for Curriculum Redesign.
Luckin, R., Holmes, W., Griffiths, M., & Forcier, L. B. (2016). Intelligence unleashed: An argument for AI in education. London, UK: Pearson Education.
Mishra, P., & Koehler, M. J. (2006). Technological pedagogical content knowledge: A framework for integrating technology in teacher knowledge. Teachers College Record, 108(6),1017-1054.
Pane, J. F., Steiner, E. D., Baird, M. D., Hamilton, L. S., & Pane, J. D. (2017). Informing progress: Insights on personalized learning implementation and effects. Research report. RR-2042-BMGF. Institute of Education Science: RAND Corporation.
Prince, M. (2004). Does active learning work? A review of the research. Journal of Engineering Education, 93(3), 223–231.
Piaget, J. (1970). Science of education and the psychology of the child. New York, NY: Orion Press.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ของบทความที่ปรากฏในวารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นของวารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ทั้งนี้บทความทุกเรื่องผ่านการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการจากผู้ทรงคุณวุฒิ ข้อความและข้อมูลของบทความในวารสารฯ เป็นแนวคิดของผู้แต่ง มิใช่เป็นความคิดเห็นของกองบรรณาธิการ และมิใช่ความรับผิดชอบของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ไม่สงวนลิขสิทธิ์การนำไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการแต่ต้องอ้างอิงแสดงแหล่งที่มาและอยู่ในขอบเขตของกฎหมายลิขสิทธิ์