The การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงวิชาคณิตศาสตร์เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 6

Main Article Content

ชาติ คนอยู่ตระกูล
แจ่มจันทร์ ศรีอรุณรัศมี
ขวัญหญิง ศรีประเสริญภาพ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง วิชาคณิตศาสตร์ เพื่อส่งเสริมความสามารถการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่กำลังศึกษาภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) จำนวน 40 คน ที่มีความสามารถเก่ง ปานกลาง อ่อนคละกัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงวิชาคณิตศาสตร์ เพื่อส่งเสริมความสามารถการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) แบบวัดความสามารถการคิดวิเคราะห์ 3) แบบสอบถามวัดความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยที่กลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์กัน (t-test Paired Two Samples) ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงวิชาคณิตศาสตร์ เพื่อส่งเสริมความสามารถ การคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคุณภาพระดับมาก และมีประสิทธิภาพ 86.19/90.88 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 75/75 ที่กำหนด 2) ทักษะความสามารถการคิดวิเคราะห์ วิชาคณิตศาสตร์ของผู้เรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง อยู่ในระดับมากที่สุด

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
คนอยู่ตระกูล ช., ศรีอรุณรัศมี แ., & ศรีประเสริญภาพ ข. (2019). The การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผสานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงวิชาคณิตศาสตร์เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารบัณฑิตวิจัย, 10(2), 39–54. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/banditvijai/article/view/198082
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542. กรุงเทพฯ: บริษัท สยามสปอร์ตซินดิเคท จำกัด.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

กัญจนา จันทะไพร. (2559). การพัฒนารูปแบบการสอนคณิตศาสตร์ตามแนวทฤษฎีการสร้างความรู้เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง การบวก การลบ และการคูณทศนิยม. วารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา) สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 3(3), 1-11.

เกศรินทร์ ศรีเงิน. (2551). การศึกษาผลสัมฤทธิ์สื่อมัลติมิเดียกลุ่มสาระคณิตศาสตร์เรื่องเรขาคณิตโดยการใช้เทคโนโลยีความจริงเสริมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารวิชาการโครงงานวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ, 4(1), 66–72.

จักรพันธ์ ชาญสมร. (2560). การพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่เน้นการคิดวิเคราะห์และการให้เหตุผล เรื่อง บทประยุกต์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. นเรศวรวิจัย, ครั้งที่ 12. วิจัยและนวัตกรรมกับการพัฒนาประเทศ, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 1. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

จินตนา เจริญชัย. (2556). การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง การบวก การลบและการคูณทศนิยมโดยใช้แบบฝึกกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านไฮหย่อง (ภูเงินประชานุกูล) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสกลนคร เขต 2. วารสารบัณฑิตศึกษา, 10, 287-294.

จิรวัส นิลาภรณ์. (2558). การพัฒนาสื่อดิจิทัลเลิร์นนิ่งอ็อบเจกต์วิชาคณิตศาสตร์บนแท็บเล็ต สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม). วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. (สทมส.). สักทอง, 22(1), 145-158.

ชวิศา กลิ่นจันทร์. (2557). การพัฒนาชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ตามแนวคิดของบลูมกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. กรุงเทพฯ: ภาควิชาหลักสูตรและการสอน วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต.

ชมนาด เชื้อสุวรรณทวี. (2542). การสอนคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ: ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2537). การทดสอบประสิทธิภาพชุดการสอน. เอกสารการสอนชุดวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา หน่วยที่ 1 – 5. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ณัฐภัสสร เหล่าเนตร์. (2555). หนังสือเรียนฟิสิกส์เพิ่มเติม เล่ม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 -6. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: แม็คเอ็ดดูเคชั่น.

ปานทอง กุลนาถศิริ. (2547). ความสำคัญของคณิตศาสตร์. วารสารคณิตศาสตร์, 46(530-532), 11-15.

วัลยา บุญอากาศ. (2556). ผลการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD ที่มีต่อผลสัมฤทธิ¬ทางการเรียนและทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยราชภัฏรําไพพรรณ).

สมเกียรติ ตังกิจวานิชย์ และคณะ. (2556). ปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานเพือการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : สํานักงานสถิติแห่งชาติ

สิทธิพล อาจอินทริ์. (2554). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นการคิดวิเคราะห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์. วารสารวิจัย มข, 16(1), 72–82.

สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2560-2579). กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟฟิค.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2558). ผลการประเมิน PISA 2015. สืบค้นจาก https://pisathailand.ipst.ac.th/news-8/

อุไรวรรณ ยอดสะเทิน, อรัญ ซุยกระเดื่อง, และอรุณี จันทร์ศิลา, (2553). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องตัวประกอบของจำนวนนับโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ 4MAT ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 4(2), 150-160.

Bloom, B., & Englehart, M. F. (1956). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational KHONYgoals. New York, Toronto: Longmans Green.

Cascales-Martínez, A. (2017).Using an augmented reality enhanced tabletop system to promote learning of mathematics: A case study with students with special educational needs. EURASIA J. Math. Sci. Technol. Educ, 13, 355-380.

Estapa, A., & Nadolny, L. (2015). The effect of an augmented reality enhanced mathematics lesson on student achievement and motivation. Journal of STEM education, 16(3).

Gagné, R. M. (1985). The Conditions of Learning and Theory of Instruction. (4th edition). New York: Holt, Rinehart, and Winston. Xv.

Kuder, F. G. and Richardson, M. W. (1937). The Theory of the Estimation of Test Reliability. Psychometrika, 2(September 1937), 151-160

Likert, R. (1967). The Method of Constructing and Attitude Scale. In Reading in Fishbeic, M (Ed.), Attitude Theory and Measurement, (pp. 90-95). New York: Wiley & Son.