การพัฒนาคู่มือการบริหารจัดการศึกษาเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย (ทวิศึกษา) ของโรงเรียนสบเมยวิทยาคม จังหวัดแม่ฮ่องสอน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสภาพและปัญหาการดำเนินงานตามแนวทางการบริหาร จัดการศึกษาเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย (ทวิศึกษา) ของโรงเรียนสบเมยวิทยาคม จังหวัดแม่ฮ่องสอน 2. เพื่อการกำหนดองค์ประกอบและออกแบบการจัดทำคู่มือการบริหารจัดการศึกษาเรียนร่วม หลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย (ทวิศึกษา) ของโรงเรียนสบเมยวิทยาคม จังหวัดแม่ฮ่องสอน 3. เพื่อหาประสิทธิภาพของคู่มือการบริหารจัดการศึกษาเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย (ทวิศึกษา) ของโรงเรียนสบเมยวิทยาคม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่พัฒนาขึ้น
ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย มีดังนี้ ผู้วิจัยศึกษาเอกสาร ตำรา และเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และศึกษา การปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่การดำเนินการในสถานศึกษา โดยศึกษาข้อมูลระบบการอาชีวศึกษาแบบทวิศึกษา 9 ด้าน คือ ด้านการวิเคราะห์ประเภทวิชา สาขาวิชา สาขางาน ด้านการกำหนดหลักสูตรสถานศึกษา ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านการจัดหลักสูตรการอาชีวศึกษา ด้านการวัดและประเมินผล ด้านการโอนผลการเรียน ด้านการสำเร็จการศึกษา ด้านการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ ด้านการประกันคุณภาพหลักสูตรและศึกษาปัญหาจากการดำเนินงานในปีการศึกษา ที่ผ่านมาใช้ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำคู่มือในการนำไปใช้ในสถานศึกษา ขั้นตอนนี้ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบบันทึกการประชุมเชิงปฏิบัติการ และรายงานการประชุมเชิงปฏิบัติการ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในขั้นตอนนี้ ประกอบด้วย ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ครูผู้สอนวิทยาลัยการอาชีพ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ของโรงเรียนสบเมยวิทยาคม รวม 13 คน โดยพบว่า แนวทางการจัดการศึกษาและการบริหารจัดการที่ไม่ชัดเจน จึงต้องมีการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้มีความชัดเจนในการจัดการศึกษาทวิศึกษา และ ยังไม่มีการพัฒนาเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการดำเนินงานให้มีความเข้าใจในแนวคิด หลักการ และหลักเกณฑ์การจัดการศึกษาทวิศึกษา ผู้วิจัยจึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญมากำหนดองค์ประกอบและออกแบบ การพัฒนาคู่มือขึ้นมา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของผู้ใช้งานในสถานศึกษา ได้แก่ ครูผู้สอน บุคลากร ที่เกี่ยวข้องหรือแม้กระทั่งนักเรียนที่สนใจ โดยพบว่า คู่มือควรประกอบด้วยสาระสำคัญ ดังนี้ คำนำ สารบัญคำแนะนำ การใช้คู่มือ บทนำ ตอนที่ 1 แนวทางการดำเนินการจัดการ ศึกษาวิชาชีพในโรงเรียนสบเมยวิทยาคม ตอนที่ 2 แนวทางการจัดโครงสร้างหลักสูตรของโรงเรียนสบเมยวิทยาคม และตอนที่ 3 แนวทางการจัดการเรียนการสอน จากนั้นผู้วิจัยจึงจัดทำแบบการหาประสิทธิภาพของคู่มือ โดยกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการและหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีของโรงเรียนสังวาลย์วิทยา โรงเรียนเฉลิมรัชวิทยาคม โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 โรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” รวม 8 คน โดยเลือกแบบเจาะจง โดยพบว่า ด้านความถูกต้อง ด้านความเหมาะสม ด้านความเป็นไปได้ และด้านความเป็นประโยชน์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.86, S.D. = 0.08) รายด้านที่มีระดับสูงสุด คือ ด้านความเหมาะสม (
= 4.87, S.D. = 0.10) รองลงมา คือ ด้านความเป็นไปได้ (
= 4.87, S.D. = 0.21) ลำดับต่อมา คือ ด้านความถูกต้อง (
= 4.85, S.D. = 0.10) และด้านที่มีระดับน้อยที่สุด คือ ด้านความเป็นประโยชน์ (
= 4.84, S.D. = 0.18) โดยสรุปได้ว่า คู่มือนี้มีวัตถุประสงค์และแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน มีองค์ประกอบที่ดีของคู่มือครบถ้วน เนื้อหาเข้าใจง่ายเนื้อหาสาระเหมาะสมครอบคลุม สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งยังสามารถชี้แจง ทำความเข้าใจในบทบาทหน้าที่การปฏิบัติงานของครูผู้สอน นักเรียน และบุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน สำหรับเครื่องมือและแบบฟอร์ม มีการจัดทำรายละเอียดเป็นขั้นตอนเหมาะแก่การนำไปใช้งานเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการตามบริบทในสถานศึกษา
Downloads
Article Details
เอกสารอ้างอิง
คัมภีร์ สุดแท้. (2553). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ชูเกียรติ อุ่นปัญญา และพนมพร จันทรปัญญา. (2560). การจัดการศึกษาแบบทวิศึกษาของสถานศึกษาขนาดเล็กสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น.
วินุลาศ เจริญชัย. (2556). การพัฒนารูปแบบการบริหารหลักสูตรคู่ขนานวิชาชีพของโรงเรียนใหญ่พิทยาคมตามแนวคิดเทียบเคียงสมรรถนะ. สืบค้นจาก https://winulas1blogspot.com/2013/08/blog-post.htm
สิริกร ประสพสุข. (2555). การพัฒนาคู่มือการจัดการเรียนการสอนสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมภาษาอังกฤษ สำหรับครูมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5. อุบลราชธานี : ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). แนวทางการจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2558). แนวทางการจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2558). เอกสารประกอบร่างการจัดการศึกษาโครงการเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2552). ข้อมูลการวิเคราะห์แรงงานอาชีพรายจังหวัด. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.
แสงรุนีย์ มีพร. (2552). การวิจัยและพัฒนาคู่มือการจัดการความรู้เพื่อการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
อารีรัตน์ ชูวงศ์. (2558). การประเมินการศึกษาเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษา และมัธยมศึกษาตอนปลาย (ทวิศึกษา) ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23 จังหวัดพิษณุโลก สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี).
อุดม ประชานันท์. (2560). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการความรู้สู่การจัดการศึกษาเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย (ทวิศึกษา) ของวิทยาลัยการอาชีพเกษตรวิสัย. สืบค้นจาก https://www.kaset.ac.th