ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการใช้บริการสนามกอล์ฟของนักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟชาวไทยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
คำสำคัญ:
การรับรู้ด้านคุณภาพบริการ, การรับรู้ด้านคุณค่า, ความพึงพอใจ, ปัจจัยทางสังคม, การใช้บริการสนามกอล์ฟบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ 1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการใช้บริการสนามกอล์ฟของนักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟชาวไทยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 2) เพื่อสร้างแบบจำลองปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการใช้บริการสนามกอล์ฟของนักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟชาวไทยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 3) เพื่อนำผลการศึกษาไปใช้ในการกำหนดนโยบายและกำหนดกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการสนามกอล์ฟ เอเจนซี่การท่องเที่ยว หน่วยงานปกครองท้องถิ่น รวมทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดและตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟชาวไทยเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขันผู้ให้บริการสนามกอล์ฟอื่น ๆ ทั่วโลกและสามารถรักษาฐานลูกค้ากลุ่มกีฬากอล์ฟชาวไทยคุณภาพสูงให้เล่นกอล์ฟในประเทศไทยไว้ให้ได้ในระยะยาว
การศึกษานี้เริ่มต้นจากการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการใช้บริการสนามกอล์ฟของนักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟชาวไทยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ด้วยการทบทวนแนวคิดทฤษฎีเพื่อนำมากำหนดสมมติฐานวิจัย และให้ความสำคัญกับการรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ ด้วยการใช้แบบสอบถามเพื่อถามนักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟชาวไทยที่ใช้บริการสนามกอล์ฟในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 400 คน ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ด้านคุณภาพบริการของนักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟชาวไทย การรับรู้ด้านคุณค่าของนักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟชาวไทย ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟชาวไทย และปัจจัยทางสังคมของนักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟชาวไทย มีอิทธิพลต่อตัวแปรตาม ได้แก่ พฤติกรรมการใช้บริการสนามกอล์ฟของนักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟชาวไทย
การศึกษานี้ได้นำไปสู่ข้อเสนอแนะคือ 1) เจ้าของสนามกอล์ฟและนักการตลาดควรสร้างการรับรู้ด้านคุณค่าของนักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟชาวไทย ได้แก่ นักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟชาวไทย ได้รับคุณภาพการบริการที่สมเหตุสมผล อรรถประโยชน์ที่ได้รับคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายเกิดความประทับใจกับประโยชน์ที่ได้รับจากสินค้าหรือบริการ 2) ควรให้บริการที่ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟชาวไทย ได้รับความรู้สึกที่ดีและเป็นบวกที่ได้จากประสบการณ์การใช้บริการสนามกอล์ฟมีความสนุกสนานและมีความสุขกับการเยี่ยมชมและใช้บริการสนามกอล์ฟเกิดความพึงพอใจยินดีและเต็มใจที่จะบอกถึงประสบการณ์ในการท่องเที่ยวแบบกลุ่มกอล์ฟและการใช้บริการสนามกอล์ฟกับครอบครัวและคนใกล้ชิดเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดและตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวไทยเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขันผู้ให้บริการสนามกอล์ฟอื่นๆ ทั่วโลก และสามารถรักษาฐานลูกค้ากลุ่มกีฬากอล์ฟชาวไทยคุณภาพสูงให้เล่นกอล์ฟในประเทศไทยไว้ให้ได้ในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2553). ข้อมูลท่องเที่ยวในประเทศไทย. ค้นจาก https://www.sawadee.co.th/thailand/golf/
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2558). ข้อมูลการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มและสนามกอล์ฟในประเทศไทย. ค้นจาก https://www.sawadee.co.th/thailand/golf/
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2559). ข้อมูลการท่องเที่ยว. ค้นจาก https://www.thai.tourismthailand.org
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2559). การท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟ. ค้นจาก https://www.sawadee.co.th/thailand/golf/
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2553). โครงการสํารวจพฤติกรรมและความพึงพอใจนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศกลุ่มกอล์ฟ (golf) .บริษัทแบรนด์เมทริกซ์รีเสิร์ช จำกัด
องค์การท่องเที่ยวโลก. (2010). รายงานการท่องเที่ยวโลกใน ITB World Travel Trends Report 2011/2012. ค้นจาก https://www.itb-berlin.com/library
อำพล นววงศ์เสถียร. (2552). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าไพรเวทแบรนด์ในกรุงเทพมหานคร. รวมบทความวิชาการ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.นวัตกรรมทางรัฐประศาสนศาสตร์,103-132
อำพล นววงศ์เสถียร. (2557). พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในร้านค้าออนไลน์.ปัญญาภิวัฒน์. 5(2), 134-149
อำพล นววงศ์เสถียร. (2561). การเปิดรับตราสินค้า การสื่อสารแบบปากต่อปากทางอิเล็กทรอนิกส์ และความพึงพอใจของลูกค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผลต่อความเชื่อถือสินค้าไพรเวท แบรนด์. วารสารวิชาการบริหารธุรกิจ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย. 7(1), 23-37.
Armstrong, G. & Kotler, P. (2000). Marketing (5th edition). Upper Saddle River: Prentice Hall.
Allamah, M.S., Pool, K.J., Jaberi, A. Salehzade, R. & Asadi, H. 2014. Factors Influencing sport tourist revisit intention the role and effect of destination image, perceived quality, perceived value and satisfaction. Asia Pacific Journal of Marketing and Logistics, 27(2), 191-207.
Asia Pacific Golf Group, (2016). ASIAN GOLF. Retrieved from https://www.asiapacificgolfgroup.com/
Assael, Henry. (2001). Consumer Behavior and Marketing Action. 6th ed. Ohio: South-Western college.
Bohrnstedt, George W. (1971). Reliability and Validity Assessment in Attitude Measurement. In Attitude Measurement. Chapter 3. Gene F. Summers, ed. Chicago: Rand McNally, 80–99.
Bryman, A. (1996). Business Research Methods. Oxford, United Kingdom: Oxford University Press.
Bohrnstedt, George W. (1971). Reliability and Validity Assessment in Attitude Measurement .In Attitude Measurement. Chapter 3. Gene F. Summers, ed. Chicago: Rand McNally. 80–99.
Block.E Carl and Kenneth J. (1976). Essentials of consumer behavior. Dryden Press.
Burnkrant. Cochran, W. G. (1977). Sampling techniques. (3rd ed.). New York: John Wiley & Sons.
CorreiaAntónia, Barros Carlos Pestana, Silvestre AntónioLuís. (2007). Golf tourism repeat choice behaviour in the Algarve: A mixed logit approach. Tourism Economics 13(1), 111-127
Cronbach, L.J. (1963). Educational Psychology. 2nded. New York: Harcourt, Brace and Company.
Christensen, L.B. (1977). Experimental Methodology. Boston: Allyn & Bacon.
Dooley, D. (1995). Social Research Methods. 3rd ed. Englewood Cliffs, NJ: Prentice- Hall.
Engel, J.F. Blackwell, R.D. and Miniard, P.W. (1986). Consumer Behavior. 5th ed. IIInois: Dryden Press.
Engel, J.F. Blackwell, R.D. (1982). Consumer Behavior. 4th edition. New York: The Dryden Press. and Burton, S. 2002. Antecedents of Private Label Attitude and National Brand Promotion Attitude: Similarities and Differences. Journal of Retailing. 78, 91-99.
Font, A.R. (2000). Mass tourism and the demand for protected natural areas: a travel cost approach. Journal of Environmental Economics and Management. 39, 97–116.
Gartner, W. C. (1993). Image formation process. .Journal of Travel and Tourism Marketing. 2(2/3), 191-215.
Garretson, J., Fisher, D., Engel, Jame F. and others. (1995). Consumer Behavior. 8th.ed. New York: The Dryden Press.
Gill, J. and Johnson, P. (2010). Research Methods for Managers. London: Paul Chapman.
Hales, D.(2003). Artificial Societies, Theory Building and Memetics. Retrieved from https://cfpm.org/~david/papers/cyber35.ps.
Hinch T.,and Higham, J. (2005) Sport and Tourism and Authenticity, European Sport Management Quarterly, 5(3), 245-258
Howard, J.A. and Sheth, J.N. (1969). The theory of buyer behavior. New York: Wilery.
Hitt, M., Ireland, R., &Hoskisson, R. (2001). Strategic Management: Competitiveness And Globalization. Cincinnati: South-Western College Publishing.
Keller, K.L. (1993). Conceptualizing, measuring, and managing customer-based brand equity. Journal of Marketing. 57(1), 1-22.
Kotler, Philip. (2003). Marketing Management.14 th.Ed. Prentice Hall
Kerlinger, F. N. (1973). Foundations of Behavioral Research. 2nd ed. New York: Holt, Rinehartand Winston.
Kotler, Philip and Armstrong, G. (2004). Principle of Marketing. Prentice Hall
Krejcie, R.V. & Morgan, D.W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurements. 30, 607-610.
Ledesma, F.J., Navarro, M. and J.V. Pérez-Rodríguez. (2001). Panel data and tourism: a case study of Tenerife, Tourism Economics. 7(1), 75-88.
Likert, Rensis. (1932). A Technique for the Measurement of Attitudes. Archives of Psychology. 140, 1–55
Mason C.M. and Moretti A. (2015). Antecedents and moderators of golf tourists ‘behavioral intentions; An empirical study in a Mediterranean destination. Euro Med Journal of Business. 10(3), 338-359 Retrieved from DOI 10.1108/EMJB-10-2014-0033.
Newman, W. L. (1997). Social Research Methods. Boston: Allyn and Bacon.
Nunnally, J. C. (1978). Psychometric Theory. 2nd ed. New York: McGraw-Hill.
Shim, J. K. (2000).Strategic business forecasting: The complete guide to forecasting real world company performance. CRC Press.
Stanton, W.J. (1981). Fundamentals of Marketing. 6th ed. McGraw-Hill.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการบริหารธุรกิจ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยต้องเป็นบทความที่ไม่เคยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารอื่นๆ การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นความรับผิดชอบของผู้ส่งบทความโดยตรง