GUIDELINES FOR PROMOTING THE USE OF DIGITAL MEDIA IN TEACHING OF TEACHERS AT SPORTS SCHOOLS UNDER THE LOCAL ADMINISTRATIVE ORGANIZATION IN THE NORTHEASTERN REGION
คำสำคัญ:
แนวทางส่งเสริมการใช้สื่อดิจิทัล, สื่อดิจิทัลเพื่อการสอนบทคัดย่อ
การวิจัยมีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาสภาพ ปัญหาและความต้องการในการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการสอนของครูโรงเรียนกีฬา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2) หาแนวทางส่งเสริมการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการสอนของครูโรงเรียนกีฬาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขั้นตอนการวิจัยมี 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพ ปัญหา และความต้องการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการสอนของครูโรงเรียนกีฬา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชากร คือ ผู้บริหาร จำนวน 6 คน และครู จำนวน 164 คน รวม 170 คน โดยสุ่มตัวอย่างครู จำนวน 123 คน ด้วยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นอย่างเป็นสัดส่วน มีผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 118 คน คิดเป็นร้อยละ 95.94 เครื่องมือที่ใช้ในวิจัย คือ 1) แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง และ 2) แบบสอบถาม ที่มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check List) และแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่น 0.974 วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ ระยะที่ 2 หาแนวทางส่งเสริมการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการสอนของครูโรงเรียนกีฬาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยวิธีการสนทนากลุ่ม โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 9 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยความถี่ และร้อยละ
ผลวิจัย พบว่า ผู้บริหารโรงเรียนกีฬาทุกแห่งมีนโยบายพัฒนาสื่อดิจิทัลให้มีความทันสมัย ส่งเสริมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพสูง และสนับสนุนงบประมาณสำหรับเครื่องมือที่ใช้ในการจัดการสอน ครูที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 62.71 ส่วนใหญ่ อายุ ระหว่าง 20-30 ปี ร้อยละ 61.02 รองลงมา อายุระหว่าง 31-40 ปี ร้อยละ 33.05 สำหรับการใช้สื่อดิจิทัลที่รัฐบาลสนับสนุน ครูส่วนใหญ่ใช้การจัดการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศร้อยละ 68.64 ส่วนการใช้สื่อดิจิทัลทั่วไป ครูส่วนใหญ่ใช้เฟซบุ๊ค ร้อยละ 32.3 ไลน์ ร้อยละ 22.88 และเสิร์ชเอ็นจิ้น ร้อยละ 17.80 ตามลำดับ โดยการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการสอนตามคุณสมบัติของแต่ละสื่ออยู่ในระดับมากและมากที่สุดทุกข้อ และในภาพรวมทุกประเภทของสื่ออยู่ในระดับมาก ( = 4.22) ปัญหาการใช้สื่อดิจิทัลของครูภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกด้านมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรกคือด้านฮาร์ดแวร์ ด้านซอฟต์แวร์ และด้านข้อมูล ความต้องการการใช้สื่อดิจิทัลของครูผู้สอน ภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกด้านมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรกคือ ด้านฮาร์ดแวร์ ด้านบุคลากร และด้านงบประมาณ
แนวทางส่งเสริมการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการสอนของครูโรงเรียนกีฬาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้ง 5 ด้าน คือ 1) ด้านฮาร์ดแวร์ 1.1) ควรสนับสนุนสื่อและจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยและเพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน 1.2) ควรส่งเสริมและสนับสนุนระบบเครือข่ายที่มีความเร็วสูงและมีประสิทธิภาพ 2) ด้านซอฟต์แวร์ 2.1) ควรปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับการเรียนรูปแบบออนไลน์ และการใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับช่วงอายุของนักเรียน 2.2) จัดหาโปรแกรมสำเร็จรูปในการผลิตสื่อการเรียนการสอนตรงกับความต้องการของครู 3) ด้านบุคลากร 3.1) ควรกำหนดมาตรการให้ครูนำสื่อดิจิทัลมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนอย่างจริงจัง 3.2) ครูควรจัดทำแผนการสอนให้สอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนในยุคการใช้สื่อดิจิทัล 3.3) ควรส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านการสร้างและใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการสอนของครูอย่างต่อเนื่อง 4) ด้านข้อมูล 4.1) ควรจัดหาหรือสร้างสื่อดิจิทัลที่เหมาะสมกับหลักสูตรและสถานการณ์ปัจจุบัน 4.2) ควรพัฒนาระบบดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน และ 5) ด้านงบประมาณ 5.1) ควรจัดสรรงบประมาณและการซ่อมบำรุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้เพียงพอ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2559). กรุงเทพมหานคร : การขับเคลื่อนเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ปัญหาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาของครูและการแก้ปัญหา. เข้าถึงได้จาก http://da-sirinapa.blogspot.com/2016/02/blog-post.html http://mediathailand-ictedu.blogspot.com/2012/05/blog-post_31.html. 15 มกราคม 2565.
ธัญญารัตน์ มากมี. (2560). เทคโนโลยีสารสนเทศ. ห้องเรียนเครือข่าย (E-Learning). [Online].
บัญญพนต์ พูนสวัสดิ์. (2561). ดิจิทัลมีผลต่อการเรียนการสอนของครู. เข้าถึงได้จาก https://tdri.or.th/2020/05/examples-of-teaching-and-learning-in-covid-19-pandemic/. 15 มกราคม 2565.
ปิยวิทย์ วรรณมาศ. (2559). สื่อสังคมออนไลน์. เข้าถึงได้จาก https://www.gotoknow.org/posts/242734. 15 มกราคม 2565.
รัฐพล พรหมมาศ. (2558). องค์ประกอบสื่อดิจิทัล. กรุงเทพฯ: ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ.
วรางคณา ทองนพคุณ. (2556). การดำรงชีวิตในสังคมแห่งความเปลี่ยนแปลง. เข้าถึงได้จาก https://sites.google.com/a/esdc.go.th/ksoda/home/thaksa-ni-stwrrs-thi-21. 18 ธันวาคม 2564.
วิจารณ์ พานิช. (2557). คนยุคใหม่ต้องมีทักษะสูงในการเรียนรู้และปรับตัว. เข้าถึงได้จาก https://corporate.baseplayhouse.co/21st-century-skill. 18 ธันวาคม 2564.
เสกสรร ศิวิลัย. (2559). การใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนการสอนของครู. เข้าถึงได้จาก http://backoffice.onec.go.th/uploads/Book/1653-file.pdf. 8 กุมภาพันธ์ 2565.
อุดมชัย บุญรอด. (2559). ขาดแคลนเครื่องมืออุปกรณ์เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์. เข้าถึงได้จาก https://citcoms.nu.ac.th/act641228/. 8 กุมภาพันธ์ 2565.
Ken Robinson. (2006). Changing Education Paradigms. Retrieved from https://www.unicef.org/thailand/th/stories. May 6th, 2021.
Murray M.C. & Perez, J. (2014). How Higher Education Failed at the Fourth Literacy.Issues in Informing Science and Information Technology. Paradox: Unraveling the Digital Literacy Paradox.
Likert, R. (1932). A Technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 140, 1-55.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
