ความต้องการศึกษาต่อหลักสูตรปริญญาเอก สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม

ผู้แต่ง

  • ชาญวิทย์ หาญรินทร์ สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม

คำสำคัญ:

ความต้องการศึกษาต่อหลักสูตรปริญญาเอก, สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา

บทคัดย่อ

งานวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ความต้องการศึกษาต่อหลักสูตรปริญญาเอก สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา และ 2) ความคิดเห็นเกี่ยวกับความจำเป็นและความสำคัญของหลักสูตรปริญญาเอก สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่ ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา บุคลากรทางการศึกษา อาจารย์มหาวิทยาลัยนครพนม และนักศึกษาระดับปริญญาโทที่กำลังศึกษาในสาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ปีการศึกษา 2563 รวมทั้งสิ้น จำนวน 400 คน ได้มาโดยการเปิดตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกนและใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.87 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า

1. ความต้องการศึกษาต่อหลักสูตรปริญญาเอก สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษาอยู่ในระดับมากที่สุด จำนวน 342 คน คิดเป็นร้อยละ 85.50 และไม่ต้องการ จำนวน 58 คน คิดเป็นร้อยละ 14.50 ระยะเวลาในการตัดสินใจเพื่อศึกษาต่อปริญญาเอก ภายใน 1 ปี อยู่ในระดับมากที่สุด จำนวน 223 คน คิดเป็นร้อยละ 65.21 จำแนกตามความต้องการปริญญาที่สำเร็จการศึกษาเป็นครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต อยู่ในระดับมากที่สุด จำนวน 279 คน คิดเป็นร้อยละ 81.58 จำแนกตามความต้องการแบบแผนการศึกษาที่มีการทำวิทยานิพนธ์และศึกษารายวิชาอยู่ในระดับมากที่สุด จำนวน 336 คน คิดเป็นร้อยละ 98.25 จำแนกตามความต้องการรูปแบบการจัดช่วงเวลาการเรียนการสอนภาคพิเศษวันหยุดราชการอยู่ในระดับมากที่สุด จำนวน 337 คน คิดเป็นร้อยละ 98.54 คน จำแนกตามรูปแบบการจัดการเรียนแบบผสมผสานโดยบรรยายและการเรียนผ่านสื่อออนไลน์อยู่ในระดับมากที่สุด จำนวน 295 คน คิดเป็นร้อยละ 86.25 จำแนกตามความต้องการให้เชิญอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในประเทศมาร่วมสอนและร่วมเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์อยู่ในระดับมากที่สุด จำนวน 289 คน คิดเป็นร้อยละ 84.50 จำแนกตามความต้องการศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาศักยภาพในต่างประเทศอยู่ในระดับมากที่สุด จำนวน 248 คน คิดเป็นร้อยละ 72.51 จำแนกตามการคัดเลือกต้องการให้มีการสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์อยู่ในระดับมากที่สุด จำนวน 240 คน คิดเป็นร้อยละ 70.18 จำแนกตามความต้องการจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษาแบบเหมาจ่ายแต่แบ่งเป็นภาคการศึกษาอยู่ในระดับมากที่สุด จำนวน 280 คน คิดเป็นร้อยละ 81.87 และจำแนกตามความต้องการให้มหาวิทยาลัยจัดทุนสนับสนุนงานวิจัย อยู่ในระดับมากที่สุด จำนวน 188 คน คิดเป็นร้อยละ 54.97

2. ความคิดเห็นเกี่ยวกับความจำเป็นและความสำคัญของหลักสูตรปริญญาเอกของหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม แยกได้ ดังนี้ ความคิดเห็นเกี่ยวกับความจำเป็นของหลักสูตรปริญญาเอก โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากโดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ จำเป็นเพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และครู รองลงมา คือ จำเป็นเพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาบุคลากรในหน่วยงานให้มีศักยภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น ส่วนความสำคัญของหลักสูตรปริญญาเอก ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน รองลงมา คือ ช่วยพัฒนางานในองค์กรหรือหน่วยงาน ช่วยพัฒนาสังคมและประเทศชาติ และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ตามลำดับ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 (ฉบับที่ 2) และที่แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2545. กรุงเทพฯ: บริษัทสยามสปอรต์ ซินดิเค จำกัด.

คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม. (2562). แผนปฏิบัติราชการประจำปี งบประมาณ 2562. เข้าถึงได้จาก http://www.edu.npu.ac.th/. 20 สิงหาคม 2563.

เทื้อน ทองแก้ว. (2551). การบริหารเพื่อมุ่งเน้นคุณภาพอุดมศึกษาไทยในยุคเศรษฐกิจเสรี. เข้าถึงได้จาก http://dusithost.dusit.ac.th/~ei/tuan/file21122005007.doc. 20 สิงหาคม 2563.

ทัศนีย์ ชาติไทย. (2555). รายงานการวิจัย เรื่อง แรงจูงใจและความต้องการในการศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. นนทบุรี: สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

ธนาชัยวัฒน์ เดชาสินเจริญ. (2553). การศึกษาความต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ ศ.ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย.

บัณฑิต ฉัตรวิโรจน์ และสุมาลี วิทยรัตน์. (2549). การศึกษาสภาพและความต้องการในการเข้ารับการอบรมและศึกษาต่อสำหรับครู ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา. กำแพงเพชร: มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

บุญส่ง ไข่เกษ และเลขา สมยืน. (2552). การศึกษาความต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย และความปลอดภัยของบุคลากรทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ. นครราชสีมา: สาขาสาธารณสุขศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2558). “ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2558” ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 132 ตอนพิเศษ 2558 ง 13 พฤศจิกายน 2558. หน้า 12.

สุมิตร สุวรรณ และจันทิมา จำนงค์นารถ. (2554). ความต้องการในการศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาของคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ภาคตะวันตก (รายงานผลการวิจัย). นครปฐม: คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.

มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย. (2563). สาขาวิชา. เข้าถึงได้จาก http://www.nkc.kku.ac.th/. 20 สิงหาคม 2563.

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. (2563). คณะ/หน่วยงาน. เข้าถึงได้จากhttps://www.ubu.ac.th/. 20 สิงหาคม 2563.

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. (2563). หน่วยงานภายใน. เข้าถึงได้จากhttps://www.ubru.ac.th/. 20 สิงหาคม 2563.มหาวิทยาลัยนครพนม. (2563). หน่วยงาน มนพ. เข้าถึงได้จาก http://www.npu.ac.th/. 20 สิงหาคม 2563.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

Maslow, Abraham. H. (1970). Motivation and Personality. New York: Harper and Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-06-29

รูปแบบการอ้างอิง

หาญรินทร์ ช. (2023). ความต้องการศึกษาต่อหลักสูตรปริญญาเอก สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 20(89), 1–12. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/SNGSJ/article/view/254320

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย