การพัฒนาการประพันธ์เพลงสมัยนิยมของนักศึกษาสาขาวิชาดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
คำสำคัญ:
การพัฒนา การประพันธ์เพลงสมัยนิยมบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและปัญหา หาแนวทางพัฒนา และเพื่อติดตามผลการพัฒนาการประพันธ์เพลงสมัยนิยมของนักศึกษาสาขาวิชาดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยประกอบด้วย ผู้วิจัย กลุ่มผู้ให้ข้อมูลจำนวน 16 คน กลุ่มเป้าหมายการพัฒนาจำนวน 77 คน ขอบเขตด้านเนื้อหาประกอบด้วยเสียง จังหวะ ทำนอง เสียงประสาน สีสันเสียง และคีตลักษณ์ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผน การปฏิบัติการ การสังเกตการณ์ และการสะท้อนกลับ โดยได้ทำการวิจัย 2 วงรอบ ใช้ระยะเวลา 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2561 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ สัมภาษณ์แบบเป็นทางการ แบบมีโครงสร้างระดับกลาง จำนวน 2 ฉบับ และแบบสังเกต
ผลการวิจัย พบว่า
- สภาพเกี่ยวกับการประพันธ์เพลงสมัยนิยมของนักศึกษาสาขาวิชาดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร พบว่า บทเพลงสมัยนิยมที่นักศึกษาประพันธ์ขึ้นมีองค์ประกอบทางดนตรีแบบตะวันตกที่ซับซ้อน มีลักษณะของทำนอง จังหวะ เสียงประสานฟังยาก ไม่มีความไพเราะ มีสัดส่วนไม่พอเหมาะ ฟังแล้วไม่รื่นหู ไม่กลมกล่อม ร้องตามได้ยาก และไม่สามารถสร้างความบันเทิงให้กับผู้ฟังได้ ส่วนปัญหา พบว่า นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนสำคัญพื้นฐานที่ทำให้ดนตรีเป็นรูปร่างขึ้นมา วิทยาศาสตร์เบื้องต้นที่เกี่ยวกับเสียง และองค์ประกอบของดนตรี ได้แก่ เสียง จังหวะ ทำนอง เสียงประสาน สีสันเสียง และคีตลักษณ์ ยังไม่ลึกซึ้งเพียงพอสำหรับการประพันธ์เพลงสมัยนิยม
- แนวทางพัฒนาการประพันธ์เพลงสมัยนิยมของนักศึกษาสาขาวิชาดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ได้แก่ การประชุมเชิงปฏิบัติการ การนิเทศติดตาม และการนิเทศแบบให้คำชี้แนะ
- ผลการพัฒนาการประพันธ์เพลงสมัยนิยมของนักศึกษาสาขาวิชาดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร พบว่า นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนสำคัญพื้นฐานที่ทำให้ดนตรีเป็นรูปร่างขึ้นมา วิทยาศาสตร์เบื้องต้นที่เกี่ยวกับเสียง และองค์ประกอบของดนตรี ได้แก่ เสียง จังหวะ ทำนอง เสียงประสาน สีสันเสียง และคีตลักษณ์มากขึ้น และลึกซึ้งเพียงพอสำหรับการประพันธ์เพลงสมัยนิยม สามารถประพันธ์เพลงสมัยนิยมที่มีองค์ประกอบทางดนตรีแบบตะวันตกที่ไม่ซับซ้อน ทำนองที่ไพเราะขึ้น อัตราจังหวะกับทำนองมีความสอดคล้องประสานซึ่งกันและกัน เสียงประสานฟังง่าย รื่นหู กลมกล่อม สัดส่วนเหมาะสมตามคีตลักษณ์ ร้องตามได้ง่าย และสามารถสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้กับผู้ฟังได้
เอกสารอ้างอิง
. (2547). พจนานุกรมศัพท์ดุริยางค์ศิลป์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
. (2558). ทฤษฎีดนตรี. พิมพ์ครั้งที่ 13. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์เกศกะรัต.
ธวัชชัย อยู่พุก. (2554). การพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานวิทยาศาสตร์โรงเรียน ชานุมานวิทยาคมสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29. วิทยานิพนธ์ ค.ม. สกลนคร : มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
นันธิดา จันทรางศุ. “ดนตรีศึกษาในระบบอุดมศึกษาไทย : มุมมองจากวิธีวิทยาการวิจัย อดีตปัจจุบัน และอนาคต (ตอนที่ 1)”, มกราคม 2552. 14(5). เพลงดนตรี.
วิกิพีเดีย. (2560). เพลงสมัยนิยม . เข้าถึงได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki/เพลงสมัยนิยม.
สุกรี เจริญสุข. “ดนตรีศึกษา กรณีศึกษาเรื่องครูดนตรี,” สิงหาคม 2547. 10(10). เพลงดนตรี.
สำนักทดสอบทางการศึกษา. (2553). กระบวนการทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความทุกบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
