รูปแบบการพัฒนาความผาสุกในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชนที่มีประสิทธิผล

ผู้แต่ง

  • ธีร์ สังขสัญญา โรงเรียนสังข์ทองวิทยา จังหวัดกระบี่
  • อรุณ จุติผล บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาราชภัฏนครศรีธรรมราช
  • สมาน อัศวภูมิ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

คำสำคัญ:

ความผาสุก, การปฏิบัติงาน, ครูโรงเรียนเอกชน

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

    การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาความผาสุกในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชนที่มีประสิทธิผล การวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ตอน ดังนี้ 1) ศึกษาวิเคราะห์และกำหนดกรอบความผาสุกในการปฏิบัติงาน 2) ศึกษาความผาสุกในการปฏิบัติงานของครู 3) ร่างรูปแบบการพัฒนาความผาสุกในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชนที่มีประสิทธิผล และ 4) ประเมินรูปแบบการพัฒนาความผาสุกในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชนที่มีประสิทธิผล ตัวอย่างได้แก่ ครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนภาคใต้ฝั่งอันดามัน จำนวน 220 คน จาก 55 โรงเรียน ที่ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือประกอบด้วยแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบตรวจสอบความสอดคล้อง ประเมินรูปแบบโดยจัดการสัมมนาอิงผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณาในด้านความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ด้านความสอดคล้อง และความเป็นประโยชน์  สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาตามวิธีของครอนบาค

ผลการวิจัยพบว่า

  1. แนวคิดของความผาสุกในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชนที่มีประสิทธิผล ที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้ พบว่ามีทั้งหมด 9 ปัจจัย ดังนี้ 1) โครงสร้างและการบริหารจัดการ 2) ลักษณะของผู้นำและการจัดการ 3) นโยบายและการสื่อสาร 4) สภาพแวดล้อมในการทำงาน 5) วัฒนธรรมโรงเรียน 6) การพัฒนาคุณภาพบุคลากร 7) สวัสดิการและความสมดุลของการทำงาน 8) ความผูกพันต่อโรงเรียน และ 9) การมีส่วนร่วมระหว่างองค์กร
  2. รูปแบบการพัฒนาความผาสุกในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชนที่มีประสิทธิผล เรียงตามลำดับที่มีความคิดเห็นสูงสุดได้ ดังนี้ 1) โครงสร้างและการบริหารจัดการ 2) ลักษณะของผู้นำและการจัดการ 3) นโยบายและการสื่อสาร 4) สภาพแวดล้อมในการทำงาน 5) วัฒนธรรมโรงเรียน 6) การพัฒนาคุณภาพบุคลากร 7) สวัสดิการและความสมดุลของการทำงาน 8) ความผูกพันต่อโรงเรียน และ 9) การมีส่วนร่วมระหว่างองค์กร ผู้วิจัยได้ออกแบบรูปแบบที่เรียกว่า LAB 2 PEC
  3. ผลการประเมินรูปแบบตามความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ สรุปได้ว่ามีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความสอดคล้องและเป็นประโยชน์

คำสำคัญ: ความผาสุก การปฏิบัติงาน ครูโรงเรียนเอกชน

References

คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, สำนักงาน. พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550. กรุงเทพฯ: สกสค.ลาดพร้าว, 2557.

คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, สำนักงาน. แผนพัฒนาการศึกษาเอกชน พ.ศ. 2560 - 2564 กลุ่มนโยบายและแผน. กรุงเทพฯ: สกสค.
ลาดพร้าว, 2559.

จิรภา อินจันทร์สุข. รูปแบบการพัฒนาความผูกพันต่อองค์กรของครูในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต7. ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยปทุมธานี, 2560.

ชนิดา เล็บครุฑ. รายงานวิจัยเรื่องผลกระทบของคุณภาพชีวิตในการทำงานที่มีต่อความผูกพันต่อองค์การของบุคลากรสายสนับสนุน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. กรุงเทพฯ: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2554.

ดาวรุวรรณ ถวิลการ. วัฒนธรรมองค์การในโรงเรียนรางวัลพระราชทาน : การวิจัยเชิงชาติพันธุ์วรรณนา.ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2552.

ทักดนัย เพชรเภรี. “การพัฒนารูปแบบการธำรงรักษาบุคลากรโรงเรียนเอกชน ประเภทสามัญศึกษา,” วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 15, 5 (ฉบับพิเศษ ตุลาคม 2556): 8-19.

ธร สุนทรายุทธ. ปรัชญาการบริหารจัดการ. กรุงเทพฯ: เนติกุลการพิมพ์, 2554.

พิชิต ฤทธิ์จรูญ. หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: เฮ้าท์ ออฟ เคอร์มีสท์, 2554.

พิธาน พื้นทอง. ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น,2560.

มนต์สิงห์ ไกรสมสุข. แรงจูงใจในการทำงานที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์การของครูในโรงเรียนคาทอลิก สังกัดอัครสังฆธฆณฑล กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2552.

รวมศิริ เมนะโพธิ. เครื่องมือวัดการทำงานอย่างมีความสุข กรณีศึกษานักศึกษาภาคพิเศษระดับปริญญาโท สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. สารนิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2550.

ศุภริณี อำภรณ์. ปัจจัยเชิงสาเหตุด้านการบริหารที่ส่งผลต่อการลาออกจากงานของครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2553. (online) 2553 (อ้างเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2561). Available from: จากhttp://www.dpu.ac.th
ศูนย์ประสานงานเครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษา. ศูนย์ประสานงานเครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษาประสานพลังโรงเรียนลูก =โรงเรียนเรา พ.ศ.2551. (online) 2551 (อ้างเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2561). Available from: จาก http://oknation.nationtv.tv/blog/school123/2008/03/18

สมาน อัศวภูมิ. การบริหารสถานศึกษาตามแนวการปฏิรูปการศึกษายุคใหม่. (ฉบับปรับปรุง). อุบลราชธานี: อุบลกิจ ออฟเซท, 2557.

เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์. เกียรติคุณ ทางการบริหารการศึกษา ศาตราจารย์ ดร.เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์. กรุงเทพฯ:อี ที พับลิชซิ่ง, 2552.

ส่งเสริมการเกษตร, กรม. “การศึกษาความผาสุก ความพึงพอใจและแรงจูงใจในการทำงานของบุคลากร กรมส่งเสริมการเกษตร,” กรุงเทพฯ: กรมส่งเสริมการเกษตร, 2555.

Coleman R, H., Glover, J. A., Educational Psychology: Principles and Application. Boston: Little, Brown, 2010.

Hoy, W.K. and Miskel, C.G. Educational administration : Theory, Research, and Practice. 9th ed. New York: McGraw-Hill, 2013.

Lunenburg, Fred and C.Ornstein Allan. Educational Administration : Concept and Practice.2nded. New York : Wadsworth Publishing Company, 2012.

Pedler, M. Action Learning In Practice. 4thed. Brookfield, Vt.: Gower, 2010.

Tayo O. George, et al. “Effective Service Delivery of Nigeria’s Public Primary Education: The Role of Non-State Actors,” Journal of African Development. 15, 1 (2013): 221-245.

Welch, J. and Kordysh, D. “Seven Keys to ERP Success,” Strategic Finance. 89, 3 (2001): 40-61.

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2020-08-26

How to Cite

สังขสัญญา ธ. . ., จุติผล อ. ., & อัศวภูมิ ส. . (2020). รูปแบบการพัฒนาความผาสุกในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชนที่มีประสิทธิผล. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย พิชญทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 15(2), 57–70. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/Pitchayatat/article/view/244320