การใช้เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมเพื่อจูงใจให้เกษตรกร ลูกค้า ธ.ก.ส. ในจังหวัดร้อยเอ็ด ชำระหนี้ตรงเวลา
คำสำคัญ:
เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม, การชำระหนี้, การทดลองภาคสนามแบบสุ่มควบคุม, ธ.ก.ส., การทดสอบไคสแควร์บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิผลของกลยุทธ์การสื่อสารที่ประยุกต์ใช้หลักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมในการกระตุ้นการชำระหนี้ของเกษตรกรลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในจังหวัดร้อยเอ็ด การวิจัยนี้เป็นรูปแบบการวิจัยเชิงทดลองภาคสนามแบบสุ่มควบคุม (Randomized Controlled Field Trial) กลุ่มตัวอย่างเป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. มียอดค้างชำระ 0-3 เดือน จำนวน 400 ราย ซึ่งถูกสุ่มแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มควบคุม, กลุ่มทดลอง Loss Aversion, กลุ่มทดลอง Social Norms และกลุ่มทดลอง Incentive การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน โดยเฉพาะการทดสอบไคสแควร์ ผลการวิจัยเชิงพรรณนาแสดงให้เห็นว่ากลุ่ม Incentive มีอัตราการชำระหนี้สูงสุด ที่ร้อยละ 36 ตามมาด้วยกลุ่ม Loss Aversion ที่ร้อยละ 32 กลุ่ม Social Norms ที่ร้อยละ 25 และกลุ่มควบคุม ที่ร้อยละ 5 ตามลำดับ ผลการทดสอบไคสแควร์ยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มทดลองและพฤติกรรมการชำระหนี้มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ( (3)=27.50, p<.00) สิ่งนี้บ่งชี้ว่ากลยุทธ์การสื่อสารที่แตกต่างกันส่งผลต่ออัตราการชำระหนี้ที่แตกต่างกันอย่างแท้จริง ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ ธ.ก.ส. ควรพิจารณานำกลยุทธ์การสื่อสารเชิงพฤติกรรมมาปรับใช้ โดยเฉพาะกลยุทธ์ Loss Aversion ที่มีประสิทธิภาพสูงและไม่มีต้นทุนทางการเงินเพิ่มเติม การค้นพบนี้เน้นย้ำถึงศักยภาพของ “การสะกิด” (Nudges) ที่ออกแบบตามหลักจิตวิทยาในการสร้างผลกระทบที่วัดผลได้ต่อพฤติกรรมการเงินที่สำคัญ เช่น การชำระหนี้ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงประโยชน์เชิงปฏิบัติของเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมในการดำเนินงานทางการเงินในโลกแห่งความเป็นจริง
เอกสารอ้างอิง
ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2566). การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการชำระหนีของเกษตรกรไทย. ธนาคารแห่งประเทศไทย.
Allcott, H. (2011). Rethinking real-time electricity pricing. Resource and energy economics, 33(4), 820-842.
Ariely, D. (2008). Predictably irrational: The hidden forces that shape our decisions. HarperCollins.
Cadena, X., & Schoar, A. (2011). Remembering to Pay? Reminders vs. Financial Incentives for Loan Payment. National Bureau of Economic Research, Inc. https://www.nber.org/system/files/working_papers/w17020/w17020.pdf
Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2000). The “what” and “why” of goal pursuits: Human needs and the self-determination of behavior. Psychological Inquiry, 11(4), 227-268.
Hallsworth, M., List, J. A., Metcalfe, R. D., & Vlaev, I. (2017). The behavioralist as tax collector: Using natural field experiments to enhance tax compliance. Journal of Public Economics, 148(1), 14–31.
Kahneman, D. (2011). Thinking, Fast and Slow. Farrar, Straus and Giroux.
Kahneman, D., & Tversky, A. (1979). Prospect theory: An analysis of decision under risk. Econometrica, 47(2), 263–292.
Karlan, D., McConnell, M., Mullainathan, S., & Zinman, J. (2016). Getting to the top of mind: How reminders increase saving. Management science, 62(12), 3393-3411.
Lusardi, A., & Mitchell, O. S. (2014). The Economic Importance of Financial Literacy: Theory and Evidence. Journal of Economic Literature, 52(1), 5-44.
Sharot, T. (2011). The optimism bias. Current Biology, 21(23), R941–R945.
Thaler, R. H. (1985). Mental accounting and consumer choice. Marketing Science, 4(3), 199–214.
Thaler, R. H., & Sunstein, C. R. (2008). Nudge: Improving decisions about health, wealth, and happiness. Yale University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะนิติรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมศาสตร์ นิติรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด
ความคิดเห็นในบทความและงานเขียน ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารฉบับนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้ประพันธ์โดยอิสระ กองบรรณาธิการ วารสารสังคมศาสตร์ นิติรัฐศาสตร์ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป หากท่านประสงค์จะนำบทความหรืองานเขียนเล่มนี้ไปตีพิมพ์เผยแพร่ จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์ตามกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์
