การพัฒนาพลเมืองแบบประชาธิปไตยของบุคลากร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พื้นที่อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์
คำสำคัญ:
พลเมือง, ประชาธิปไตย, พลเมืองประชาธิปไตย, การพัฒนาพลเมืองประชาธิปไตยบทคัดย่อ
วิทยานิพนธ์นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการพัฒนาพลเมืองแบบประชาธิปไตยของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ 2) เปรียบเทียบการพัฒนาพลเมืองแบบประชาธิปไตยของบุคลากร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) เสนอแนวการพัฒนาพลเมืองแบบประชาธิปไตยของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน โดยการวิจัยเชิงประมาณ ใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลวิจัย ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.962 กับบุคลากรจำนวน 201 คน ซึ่งได้จากการคำนวณจากสูตรทาโรยามาเน่ ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานการทดสอบค่าที และวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว สำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 คน แบบเจาะจง ได้แก่ ท้องถิ่นอำเภอสังขะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสังขะ ปลัดเทศบาลตำบลสังขะปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทับทัน หัวหน้าสำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลดม หัวหน้าสำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลสะกาด ผู้อำนวยการกองคลัง องค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้ว ใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท ผลการวิจัย พบว่า
- ระดับการพัฒนาพลเมืองแบบประชาธิปไตย โดยภาพรวม มีค่าเฉลี่ยอยู่
ในระดับมาก (=4.05, S.D.=0.384) โดย ด้านจริยธรรมและคุณธรรมของพลเมือง
มีระดับสูงที่สุด (=4.63, S.D.=0.437) รองลงมา คือ ด้านคุณลักษณะความเป็นพลเมือง (
=4.08, S.D.=0.513) ด้านการเรียนรู้และพัฒนาตนเองเพื่อประชาธิปไตย (
=3.93, S.D.=0.565) ด้านอิทธิพลของสื่อและการสื่อสาร (
=3.84, S.D.=0.534) และท้ายสุด คือ ด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองและสังคม (
=3.76, S.D.=0.489)
- การเปรียบเทียบความคิดเห็นของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่อำเภอสังขะ โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า เพศ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน ประเภทตำแหน่ง และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ปัจจัยส่วนบุคคลที่จำแนกตามช่วงอายุ มีระดับความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน
- แนวทางการพัฒนาพลเมืองแบบประชาธิปไตย 1) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดอบรมและเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้บุคลากรเข้าใจสิทธิ หน้าที่ และคุณค่าของประชาธิปไตย 2) ผู้บริหารท้องถิ่นเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และร่วมรับผิดชอบในนโยบายหรือโครงการขององค์กร 3) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพัฒนาเครือข่ายสื่อสารสาธารณะและช่องทางออนไลน์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ 4) ส่งเสริมให้ผู้นำท้องถิ่นเป็นแบบอย่างของพลเมืองประชาธิปไตยที่มีความซื่อสัตย์ โปร่งใส และยึดประโยชน์ส่วนรวม นำไปสู่การบริหารท้องถิ่นที่มีคุณภาพและยั่งยืน 5) ผู้บริหารท้องถิ่นสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านการอบรม การศึกษาดูงาน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานที่ประสบความสำเร็จด้านประชาธิปไตยท้องถิ่น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำแนวทางที่ดีมาประยุกต์ใช้กับบริบทขององค์กรตนเองอย่างเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
กรณัฐ ระงับทุกข์. (2564). การพัฒนาความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน ที่มีผลต่อการเลือกตั้งทั่วไปในกรุงเทพมหานคร. [ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาเอก, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย]. ฐานข้อมูลงานวิจัย (Thailis).
ณพล เติมกิจธนสาร. (2564). ความต้องการพัฒนาตนเองของผู้ใหญ่บ้านด้านข้าราชการ 4.0 อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี. [วิทยานิพนธ์ปริญญาโทที่ไม่มีการตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ถวิลวดี บุรีกุล และคณะ. (2564). การศึกษาพฤติกรรมความเป็นพลเมืองสำหรับสังคมไทย. สถาบันพระปกเกล้า.
พัฒนพงศ์ สุกิจปาณีนิจ. (2552). ทุนทางสังคมกับการเรียนรู้ของชุมชน. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ยุทธนา ประณีต. (2565). พฤติกรรมทางการเมืองของพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยในจังหวัดนนทบุรี. วารสารวิจัยวิชาการ, 5(3), 225-233.
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561–2580. (2561, 13 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135 ตอนที่ 82 ก. หน้า 1-74.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก. หน้า 1-97.
ศิริพร สังข์น้อย. (2563). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารแบบมีส่วนร่วมของข้าราชการส่วนท้องถิ่น [วิทยานิพนธ์ปริญญาโทที่ไม่มีการตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ศุภเชษฐ์ สิทธิสุนทรวงศ์. (2565). ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรสำนักงานตรวจสอบภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ [สารานิพนธ์ปริญญาโทที่ไม่มีการตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมบูรณ์ จันทร์พงษ์. (2554). ทุนทางสังคมกับการพัฒนาชุมชน. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมบูรณ์ สุขสำราญ. (2552). การเมืองและการพัฒนา. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สัญญา สัญญาวิวัฒน์. (2549). ทฤษฎีและกลยุทธ์การพัฒนาสังคม. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สายใจ วิชัยดิษฐ์. (2562). การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับท้องถิ่น. วารสารการเมืองการปกครอง, 9(2), 45–60.
สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์. (2566). รายงานผลการดำเนินงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประจำปี 2566. กระทรวงมหาดไทย.
สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2568). ศูนย์บริการข้อมูลบุคลากรท้องถิ่นแห่งชาติ. www.http://lhr.dla.go.th
สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาชน. (2565). รายงานผลการสำรวจและประเมินระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนและดัชนีวิถีประชาธิปไตย ประจำปี พ.ศ. 2565. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง.
Dewey, J. (2001). Democracy and education: An introduction to the philosophy of education. Pennsylvania State University.
Kahne, J., & Westheimer, J. (2004). What kind of citizen? The politics of educating for democracy. American Educational Research Journal, 41(2), 237–269.
Torney-Purta, J., Lehmann, R., Oswald, H., & Schulz, W. (2001). Citizenship and education in twenty-eight countries: Civic knowledge and engagement at age fourteen. IEA.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะนิติรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมศาสตร์ นิติรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด
ความคิดเห็นในบทความและงานเขียน ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารฉบับนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้ประพันธ์โดยอิสระ กองบรรณาธิการ วารสารสังคมศาสตร์ นิติรัฐศาสตร์ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป หากท่านประสงค์จะนำบทความหรืองานเขียนเล่มนี้ไปตีพิมพ์เผยแพร่ จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์ตามกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์
