Analysis of Potential,Opportunity, and Competitiveness in Trade of Thailand and Southern China : Case Study of Upper Northern Province Group 2 (Chiang Rai, Phayao, Phrae, Nan) Analysis of Potential and Competitiveness in Trade of Thailand and Southern China: Case Study of Upper Northern Province Group 2 (Chiang Rai, Phayao, Phrae, Nan)

Main Article Content

ปวีณา ลี้ตระกูล Paweena Leetrakun

บทคัดย่อ

                   บทความนี้มีวัตถุประสงค์หลักในการศึกษา ประกอบด้วย 1) สถานการณ์การค้าของประเทศไทยกับประเทศจีนตอนใต้ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2) วิเคราะห์ศักยภาพและโอกาสของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) ด้านการค้ากับประเทศจีนตอนใต้ 3) การวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 และประเทศจีนตอนใต้   การวิจัยแบบผสม (Mixed Method) ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการค้าของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2  การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณา โดยใช้ดัชนีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบที่ปรากฏ (Revealed Comparative Advantage  : RCA) และส่วนแบ่งการตลาด (Market Share: MS) และในส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)


                    ผลการศึกษาพบว่า แนวโน้มการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนตอนใต้ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019   ส่งผลให้มูลค่าการค้าลดลงแต่ ยังคงได้ดุลการค้า  สัดส่วนการค้าอยู่ที่ประมาณร้อยละ 11.04 ของมูลค่าการค้าผ่านแดนของประเทศไทยกับประเทศจีนตอนใต้ แต่สัดส่วนของการได้ดุลการค้ามีสัดส่วนสูงเมื่อเทียบกับดุลการค้าของมูลค่าผ่านแดน ในปีพ.ศ.2563 คิดเป็นร้อยละ 171.18 ของดุลการค้าผ่านแดนของประเทศไทยกับประเทศจีนตอนใต้  เมื่อทำการวิเคราะห์ศักยภาพและโอกาสของการค้าของกลุ่มจังหวัด พบว่า จุดแข็งสำคัญคือ ลักษณะทางกายกายภาพที่ติดกับประเทศกลุ่ม GMS  และ มีระบบโล    จิสติกส์ที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงระหว่างประเทสไทย ในส่วนจุดอ่อนสำคัญ คือ โครงสร้างของเศรษฐกิจ และสาขาเศรษฐหลักของคนในกลุ่มจังหวัด ไม่สอดคล้องกับสินค้าส่งออกและนำเข้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนตอนใต้  สินค้าส่วนใหญ่มาจากพื้นที่อื่น ทำให้คนในพื้นที่ได้ประโยชน์ไม่เต็มที่   โอกาสในการค้ากับประเทศจีน ได้แก่ นโยบาย One Belt One Road ของประเทศจีนที่เอื้อต่อการค้าการลงทุน และที่สำคัญอุปสรรคทางการค้าคือการแพร่ระบาดของ Covid 19 การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่จะส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคและรูปแบบการค้าเปลี่ยนแปลงไป


                  เมื่อทำการวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของกลุ่มจังหวัด โดยเน้นไปที่สินค้าเกษตรซึ่งเป็นสินค้าสำคัญของในกลุ่มจังหวัด พบว่า สินค้าที่ได้เปรียบในการแข่งกันในตลาดจีน (RCA>1) ประกอบด้วย ข้าว ปลายข้าว สับปะรดสดและอบแห้ง ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ มันสำปะหลัง  ถั่วแดง มันสำปะหลัง ข้าวโพดหวาน  ยางพาราและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยาง อย่างไรก็ตามมีสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มมีความได้เปรียบในการแข่งขันลดลง ดังนั้นภาครัฐมีกลยุทธ์ส่งเสริมและปรับตัวเพื่อผลประโยชน์จากการค้าระหว่างประเทศกระจายลงในพื้นที่ของกลุ่มจังหวัดให้ได้มากที่สุด

Article Details

ประเภทบทความ
Research Articles

เอกสารอ้างอิง

กลุ่มงานบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 .(2564). แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (พ.ศ.2566-2570). สำนักงานจังหวัดเชียงราย.
จักรี เตจ๊ะวารี และคณะ. (2553).การวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันในตลาดผลไม้ไทย-จีน. วารสารเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. มกราคม-มิถุนายน 2553,2-21.
ถนอมจิตร สิริภาคพรและคณะ .(2556). อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรภายใต้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก. ในโครงการสัมมนาวิชาการเศรษฐกิจภาคใต้ ปี 2556. สงขลา :ธนาคารแห่งประเทศไทย
นิสิต พันธมิตร.(2553). เศรษฐกิจเสรีนิยมและการค้าชายแดนภาคเหนือ. เชียงใหม่ .ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
วันทนา รอดบุตร .(2561). วิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันของการส่งออกมันสำปะหลังไทยไปตอนจีน. วารสารสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ. กันยายน-ธันวาคม 2561,99-110.
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (2561). การประเมินความสามารถในการแข่งขันของไทย โดยอาศัยการวิเคราะห์ดัชนีความสามารถในการแข่งขันเชิงเปรียบเทียบที่ปรากฎ. สืบค้นเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2564, จาก https://tdri.or.th/wp-content/uploads/2018/01/Dr.-Nonarit.pdf
อัครพงศ์ อั้นทอง และอริยา เผ่าเครื่อง.(2553).ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทย. วารสารเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. มกราคม-มิถุนายน 2553,22-45.
Balassa, B. (1989). Comparative Advantage, Trade Policy And Economic Development. New York: Harvester Wheatsheaf.