ผลของการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของนักศึกษา รายวิชาการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย
คำสำคัญ:
การเรียนรู้เชิงประสบการณ์, ทักษะการเรียนรู้, นักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบทักษะการเรียนรู้ของนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ และ 2) ศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 37 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง การวิจัยเป็นแบบกึ่งทดลอง (Quasi-experimental research) ใช้แผนการวิจัยแบบ
One Group Pretest-Posttest Design ดำเนินการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 วัน วันละ 4 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ 5 ขั้นตอน จำนวน 8 สัปดาห์ 2) แบบประเมินทักษะการเรียนรู้ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการสื่อสารด้วยคำพูด ด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ และด้านการแก้ปัญหา และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนทักษะการเรียนรู้ โดยภาพรวมหลังการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (M = 2.45, SD = 0.48) สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์
(M = 1.28, SD = 0.40) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยก่อนการทดลองอยู่ในระดับต่ำ และหลังการทดลองอยู่ในระดับดี เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ทั้ง 3 ด้านมีคะแนนเฉลี่ยหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยด้านการสื่อสารด้วยคำพูดเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำ (M = 1.37, SD = 0.48) เป็นระดับดีมาก (M = 2.53, SD = 0.50) ด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นจากระดับต่ำ (M = 1.32, SD = 0.45) เป็นระดับดี (M = 2.50, SD = 0.51) และด้านการแก้ปัญหาเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำ (M = 1.11, SD = 0.25) เป็นระดับดี (M = 2.28, SD = 0.43) และ 2) นักศึกษามีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.55, SD = 0.51) โดยด้านการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ในห้องเรียนมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (M = 4.58, SD = 0.51)
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2561). 80 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (พิมพ์ครั้งที่ 8). นนทบุรี: พี บาลานซ์ดีไซด์
แอนปริ้นติ้ง.
นัยนา ดอรมาน และคณะ. (2563). การเรียนรู้เชิงประสบการณ์และการสะท้อนคิดเชิงวิพากษ์. จิตวิทยา, 10(22), 18-35.
วรัญญา แสงวิเชียร. (2557). ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม. สืบค้นเมื่อ 25 มิถุนายน 2565, จาก
https://www.gotoknow.org/posts/560585
วิชัย วงษ์ใหญ่ และมารุต พัฒผล. (2565). ทักษะการเรียนรู้และพัฒนา. กรุงเทพฯ: ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้.
สมศักดิ์ ภู่วิภาดาวรรธน์. (2554). หลักการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนและการประเมินตามสภาพจริง. กรุงเทพฯ: ดวงกมล.
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสำนักนโยบายและแผนการอุดมศึกษา. (2564).
แผนด้านการอุดมศึกษา เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564-2570 ฉบับสมบูรณ์. นนทบุรี: บริษัท
ภาพพิมพ์ จำกัด.
สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล. (2561). ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (The Twenty-First Century Skills). สืบค้นเมื่อ 22 มิถุนายน
, จาก https://www.trueplookpanya.com/education/content/66054
ภาษาอังกฤษ
Dewey, J. (1997). Experience and education. New York, NY: Touchstone.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Englewood
Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
Sottile, J. M. (2000). The impact of an experiential instructional design on college student development.
Paper presented at the Annual Meeting of the Eastern Education Research Association, Clearwater, FL.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการทางการศึกษาปฐมวัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการจัดการทางการศึกษาปฐมวัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ห้ามผู้ใดนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นอกจากนี้ เนื้อหาที่ปรากฎในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์
