ผลการใช้ชุดกิจกรรมมิวสิคโกรแกรมเพื่อส่งเสริมการมีสมาธิของนักเรียนอนุบาล

ผู้แต่ง

  • ทิตาพร พัดแหวว คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
  • ดวงใจ รุ่งเรือง คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

คำสำคัญ:

กิจกรรมมิวสิคโกรแกรม, การมีสมาธิ, นักเรียนอนุบาล

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและประเมินคุณภาพชุดกิจกรรมมิวสิคโกรแกรมเพื่อส่งเสริมการมีสมาธิของนักเรียนอนุบาล และ 2) ศึกษาผลการใช้ชุดกิจกรรมมิวสิคโกรแกรมต่อการพัฒนาการมีสมาธิของนักเรียนอนุบาลชั้นปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชาย-หญิง อายุ 4-5 ปี จำนวน 21 คน จากโรงเรียนอนุบาลเคหะบางพลี (10 ปี สปช.) อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่มโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมมิวสิคโกรแกรมตามแนวคิดของ Kodály และ Wuytack ประกอบด้วยคู่มือการใช้ชุดกิจกรรม บัตรภาพการถอดรหัสเสียง 6 แผ่น และเสียงเพลง 6 เพลง และ 2) แบบสังเกตพฤติกรรมการมีสมาธิ 8 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่าง 0.67-1.00 และค่าความเชื่อมั่นระหว่างผู้ประเมินเท่ากับ 0.75 การทดลองดำเนินการเป็นเวลา 6 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 วัน วันละ 30 นาที รวม 12 วัน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test for dependent sample ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดกิจกรรมมิวสิคโกรแกรมที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพในระดับมาก (x̄ = 4.14) 2) นักเรียนอนุบาลมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการมีสมาธิหลังการทดลอง (x̄ = 20.38) สูงกว่าก่อนการทดลอง (x̄ = 13.19) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แสดงให้เห็นว่าชุดกิจกรรมมิวสิคโกรแกรมสามารถส่งเสริมพฤติกรรมการมีสมาธิของนักเรียนอนุบาลจากระดับปานกลางเป็นระดับดีมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุม

สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด.

ชัชวาลย์ เรืองประพันธ์. (2539). สถิติพื้นฐาน. ขอนแก่น: โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา.

ณัชชา สนธิ, ปิยะนันท์ หิรัณย์ชโลทร, และปัทมาวดี เลห์มงคล. (2566). ผลการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะประกอบดนตรี

เพื่อส่งเสริมการกำกับตนเองในเด็กปฐมวัย. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 6(5), 1244-1254.

ฐิตินัน บุญภาพ คอมมอน. (2556). บทบาทของสื่อใหม่ในการสร้างค่านิยมทางสังคมและอัตลักษณ์ของเยาวชนไทยในเขต

กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

ล้วน สายยศ, และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

วารุณี สกุลภารักษ์, และอาภา หฤทัยงาม. (2562). ดนตรีและกิจกรรมเคลื่อนไหวสำหรับเด็กปฐมวัย. วชิรเวชสารและวารสารเวช

ศาสตร์เขตเมือง, 63(3), 203-208.

สิริมาศ น้ำยาง. (2563). เอกสารประกอบโครงการเต้นประกอบเพลง. เชียงใหม่: คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.

สุภารักษ์ จูตระกูล. (2559). ครอบครัวกับการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล (Digital Literacy) ของดิจิทัลเนทีฟ (Digital Natives). วารสาร

วิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 11(1), 99-118.

สุริยเดว ทรีปาตี. (2561). โรคสมาธิสั้น. สืบค้นเมื่อ 13 สิงหาคม 2567, จาก https://news.thaipbs.or.th/content/269356

แซซเซ่, ม. (2556). วิธีกระตุ้นสมองและฝึกพัฒนาการเด็กแรกเกิด-6 ปี ด้วยวิธีการเล่นกับเขาอย่างง่ายๆ (เกศินี โอวาสิทธิ์,

ผู้แปล). กรุงเทพฯ: บี มีเดีย.

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ. (2532). สูตรสำเร็จในพริบตา. กรุงเทพฯ: ปาบปิ่มการพิมพ์.

ภาษาอังกฤษ

Boal Palheiros, G., & Wuytack, J. (2006). Effects of the 'musicogram' on children's musical perception and

learning. In M. Baroni, A. R. Addessi, R. Caterina, & M. Costa (Eds.), Proceedings of the 9th International Conference on Music Perception and Cognition (pp. 1264-1271). Bologna, Italy: ICMPC.

Center on the Developing Child. (2010). The foundations of lifelong health are built in early childhood.

Cambridge, MA: Harvard University.

Diamond, A. (2013). Executive functions. Annual Review of Psychology, 64, 135-168. doi:10.1146/annurev-

psych-113011-143750

Gardner, H. (1983). Frames of mind: The theory of multiple intelligences. New York, NY: Basic Books.

Hallam, S. (2010). The power of music: Its impact on the intellectual, social and personal development of

children and young people. International Journal of Music Education, 28(3), 269-289. doi:10.1177/0255761410370658

Houlahan, M., & Tacka, P. (2015). Kodály today: A cognitive approach to elementary music education. New

York, NY: Oxford University Press.

Posner, M. I., & Rothbart, M. K. (2007). Research on attention networks as a model for the integration of

psychological science. Annual Review of Psychology, 58, 1-23. doi:10.1146/annurev.psych.58.110405.085516

Saita, P. (2012). Cognitive skills of preschool children who received meditation training before experiential

activities (Unpublished master's thesis). Srinakharinwirot University, Bangkok, Thailand.

Schellenberg, E. G. (2011). Examining the association between music lessons and intelligence. British Journal

of Psychology, 102(3), 283-302. doi:10.1348/000712610X519633

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-08-08

รูปแบบการอ้างอิง

พัดแหวว ท., & รุ่งเรือง ด. (2025). ผลการใช้ชุดกิจกรรมมิวสิคโกรแกรมเพื่อส่งเสริมการมีสมาธิของนักเรียนอนุบาล. วารสารการจัดการทางการศึกษาปฐมวัย, 7(2), 16–29. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ECEM/article/view/284738

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย