ผลของการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานในรายวิชาคหกรรมศาสตร์สำหรับครูปฐมวัย ที่มีต่อทักษะการแก้ปัญหาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักศึกษาชั้นปีที่ 2

ผู้แต่ง

  • ฉัตรทราวดี บุญถนอม คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

คำสำคัญ:

ทักษะการแก้ปัญหา, การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน, คหกรรมศาสตร์สำหรับครูปฐมวัย

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาพัฒนาการของทักษะการแก้ปัญหาของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่ได้รับการจัด
การเรียนรู้ แบบใช้ปัญหาเป็นฐานในรายวิชาคหกรรมศาสตร์สำหรับครูปฐมวัย 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานในรายวิชาคหกรรมศาสตร์สำหรับครูปฐมวัย กลุ่มเป้าหมาย ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่กำลังศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาคหกรรมศาสตร์สำหรับครูปฐมวัย หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษา นครนายก จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานในรายวิชาคหกรรมศาสตร์สำหรับครูปฐมวัย จำนวน 8 แผน และ เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินทักษะการแก้ปัญหาและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ค่าความเที่ยง 0.82 สถิติที่ใช้ในงานวิจัย คือ  1) การหาค่าสถิติพื้นฐาน คือ ค่าเฉลี่ย μ และ
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน σ ของคะแนนแบบประเมินทักษะการแก้ปัญหาและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ 2) สถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐาน คือ คะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ ผลการวิจัย พบว่า 1) ทักษะการแก้ปัญหาของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 หลังการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานในรายวิชาคหกรรมศาสตร์สำหรับครูปฐมวัย ในภาพรวมมีคะแนนเฉลี่ย 2.40 อยู่ในระดับชำนาญ และมีคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ โดยรวมเฉลี่ย 77.66 อยู่ในระดับสูงมาก และ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 หลังการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานในรายวิชาคหกรรมศาสตร์สำหรับครูปฐมวัย (μ = 25.93, σ = 3.08) สูงกว่าก่อนเรียน (μ = 15.20, σ = 3.03)

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย

กัลยา วานิชย์บัญชา. (2560). การวิเคราะห์สถิติ: สถิติสำหรับการบริหารและวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 21). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

กุลธิดา มีสมบูรณ์. (2562). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชา พัฒนาการของเด็กปฐมวัยด้วยการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ของนักศึกษาชั้นปีที่ 1. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต.

คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร. (2560). หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย (หลักสูตรห้าปี). คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต.

ตะวัน รุ่งแสง และเมษา นวลศรี. (2564). การพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสตอรี่ไลน์ เรื่อง ระบบนิเวศ. Journal of Roi Kaensarn Academi, 6(7), 47-61.

ธนาพร ผ่องแผ้ว. (2566). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่อง ความเข้มข้นของสารละลาย เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จังหวัดปทุมธานี. วารสารการวิจัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 3(1), 40-53.

นรรัชต์ ฝันเชียร. (2562). อะไรคือการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning: PBL). สืบค้นจาก https://www.trueplookpanya.com/education/content

บัญชา ธรรมบุตร, คชา ประณีตพลกรัง, พระมหาอรรถพงษ์ อตฺถญาโณ และบัญชา เกียรติจรุงพันธ์. (2562). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) ในวิชาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับครู. วารสาร

ครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 11(21), 15-28.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

ปริยากร สุภาพ. (2558). การพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาโดยการใช้การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน เรื่อง กฎเกณฑ์เบื้องต้นเกี่ยวกับการนับ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.

พงศกร ลอยล่อง. (2564). การเปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การเคลื่อนที่และแรง ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) กับการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

ไพศาล สุวรรณน้อย. (2563). การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning: PBL). เอกสารประกอบการสอน มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

วลัยลักษณ์ เหลี่ยมสิงขร. (2562). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตและระบบประสาท ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

ศักดิ์ศรี สืบสิงห์. (2565). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และทักษะ

การแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์. วารสารวิจัยราชภัฎธนบุรี รับใช้สังคม, 8(2), 14-25.

ศิริชัย กาญจนวาสี. (2557). การคำนวณคะแนนพัฒนาการ (Gain Scores). วารสารสมาคมวิจัยสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, 1(1), 1-20.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาของนักเรียน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุริยา บุดดี และรุ่งทิวา กองสอน. (2566). การเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาด้วยรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการเรียนรู้ด้วยการรับใช้สังคมร่วมกับการใช้ปัญหาเป็นฐานสำหรับนักเรียนในพื้นที่เสี่ยงภัยด้านสิ่งแวดล้อม. วารสารมหาจุฬานาครุทรรศน์, 10(2), 163-178.

อัฉริยา ถวัลย์กิจดำรง. (2562). Problem-solving skill ทักษะการแก้ปัญหาที่ลูกต้องเรียนรู้. สืบค้นจาก https://www.manarom.com/blog/problem_solving_skill.html

ภาษาอังกฤษ

Barrows, H. S. (1996). Problem-based learning in medicine and beyond: A brief overview. New

Directions for Teaching and Learning, 68, 3-12.

Dewey, J. (1938). Experience and education. New York: Macmillan.

Ebel, R. L., & Frisbie, D. A. (1991). Essentials of educational measurement (5th ed.). Englewood

Cliffs, NJ: Prentice-Hall.

Flavell, J. H. (1979). Metacognition and cognitive monitoring: A new area of cognitive-

developmental inquiry. American Psychologist, 34(10), 906-911.

Herrington, J., & Oliver, R. (2000). An instructional design framework for authentic learning

environments. Educational Technology Research and Development, 48(3), 23-48.

Hmelo-Silver, C. E. (2004). Problem-based learning: What and how do students learn?

Educational Psychology Review, 16(3), 235-266.

Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (2009). An educational psychology success story: Social

interdependence theory and cooperative learning. Educational Researcher, 38(5), 365-

Jonassen, D. H. (2011). Learning to solve problems: A handbook for designing problem-solving

learning environments. New York: Routledge.

Klegeris, A., & Hurren, H. (2011). Impact of problem-based learning in a large classroom setting:

Student perception and problem-solving skills. Advances in Physiology Education, 35(4), 408-415.

Nunnally, J. C., & Bernstein, I. H. (1994). Psychometric theory (3rd ed.). New York: McGraw-Hill.

OECD. (2013). PISA 2012 assessment and analytical framework: Mathematics, reading, science,

problem solving and financial literacy. OECD Publishing.

Partnership for 21st Century Skills. (2015). P21 framework definitions. Retrieved from

http://www.p21.org/our-work/p21-framework

Polya, G. (2014). How to solve it: A new aspect of mathematical method. New Jersey:

Princeton University Press.

Schmidt, H. G., Rotgans, J. I., & Yew, E. H. (2011). The process of problem-based learning: What

works and why. Medical Education, 45(8), 792-806.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes.

Cambridge, MA: Harvard University Press.

Wood, D., Bruner, J. S., & Ross, G. (1976). The role of tutoring in problem solving. Journal of

Child Psychology and Psychiatry, 17(2), 89-100.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-06-17

รูปแบบการอ้างอิง

บุญถนอม ฉ. (2025). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานในรายวิชาคหกรรมศาสตร์สำหรับครูปฐมวัย ที่มีต่อทักษะการแก้ปัญหาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักศึกษาชั้นปีที่ 2. วารสารการจัดการทางการศึกษาปฐมวัย, 7(1), 54–69. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ECEM/article/view/284568

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย