การส่งเสริมพฤติกรรมการกล้าแสดงออกของนักเรียนอนุบาลด้วยกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ตามแนวคิดจิตวิทยาเชิงบวกโดยใช้รูปแบบ PERMA
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ตามแนวคิดจิตวิทยาเชิงบวกโดยใช้รูปแบบ PERMA ที่มีต่อพฤติกรรมการกล้าแสดงออกของนักเรียนอนุบาล กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนอนุบาลปีที่ 3 อายุระหว่าง 5-6 ปี โรงเรียนคลองบางน้ำจืด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 31 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster random sampling) การวิจัยเป็นการทดลองแบบ one-group pretest-posttest design ดำเนินการทดลอง 8 สัปดาห์ รวม 16 ครั้ง เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ตามแนวคิดจิตวิทยาเชิงบวกโดยใช้รูปแบบ PERMA จำนวน 16 แผน และแบบสังเกตพฤติกรรมการกล้าแสดงออก 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการแสดงออกทางความคิดและความคิดเห็น ด้านการแสดงออกทางอารมณ์ และด้านการแสดงออกทางสังคม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test for dependent samples ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลอง นักเรียนอนุบาลมีค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมการกล้าแสดงออก (M = 16.13) สูงกว่าก่อนการทดลอง (M = 7.97) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยพฤติกรรมการกล้าแสดงออกทั้ง 3 ด้านเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับดี แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ตามแนวคิดจิตวิทยาเชิงบวกโดยใช้รูปแบบ PERMA สามารถส่งเสริมพฤติกรรมการกล้าแสดงออกของนักเรียนอนุบาลได้อย่างมีประสิทธิผล
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560(พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จํากัด.
คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร : เซเว่น พรินติ้ง กรุ๊ป.
ขวัญฟ้า รังสิยานนท์. (2552). การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมเด็กปฐมวัย : เริ่มต้นที่หัวใจ. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต.
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: สุวิริยาสาส์น.
นันท์ชัตสัณห์ สกุลพงศ์ และขวัญใจฤทธิ์ คำรพ. (2564). การฟื้นฟูทางใจในฐานะตัวแปรส่งผ่านระหว่างปัจจัยเชิงสาเหตุด้านจิตสังคมเชิงบวกกับสุขภาวะทางใจและภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 15(2), 139-149.
อัฐฉญา แพทย์ศาสตร์ และ พัชรินทร์ รุจิรานุกูล. (2560). สภาวการณ์และแนวทางพัฒนาการใช้ชีวิตของนักศึกษาชั้นปี 1 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี. วารสารวิจัยรําาไพพรรณี, 11(2), 141-150.
ชไมพร ไกยสิิทธิ์. (2566). การจััดการเรียนรู้ที่ีสอดคล้องกับกระแสโลกาภิิวััฒน์ เพื่่อพัฒนาเยาวชนสู่ความเป็นพลเมืองโลก. วารสารสถาบัันวิจััยพิิมลธรรม, 10(1), 185-195.
พัทฐรินทร์ โลหาและสิรินาถ จงกลกลาง. (2562). การพัฒนาพฤติกรรมกล้าแสดงออกและความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย โดยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา. วารสารราชพฤกษ์, 17(1), 121-128.
เบญจา แสงมลิ. (2545). การพัฒนาเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: เมธีทิปส์.
ประนัดดา รัตนไตรมาส. (2557). ผลของการจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์แบบต่อเติมที่มีต่อการพัฒนาการด้านการเขียนของเด็กปฐมวัย. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต], มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพมหานคร.
อัญชลี ไสยวรรณ. (2553). การศึกษาเปรียบเทียบผลการจัดประสบการณ์แบบปฏิบัติการทดลองกับแบบผสมผสานที่มีต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย. [ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพมหานคร.
ภาษาอังกฤษ
Luthans, F., Youssef, C.M., & Avolio, B.J. (2007). Psychological Capital. New York: Oxford University press.
Malchiodi, C. A. (2003). The handbook of art therapy. Guilford Press.
Seligman, M. E. P. (2011). Flourish: A Visionary New Understanding of Happiness and Well-being. New York: Free Press.
Seligman, M. E. P., & Csikszentmihalyi, M. (2000). Positive psychology: An introduction. American Psychologist, 55(1), 5-14. https://doi.org/10.1037/0003-066X.55.1.5
Shoshani, A., & Slone, M. (2017). Positive education for young children: Effects of a positive psychology intervention for preschool children on subjective well-being and learning behaviors. Frontiers in Psychology, 8, 1866. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2017.01866
Waters, L. (2011). A review of school-based positive psychology interventions. The Australian Educational and Developmental Psychologist, 28(2), 75–90. https://doi.org/10.1375/aedp.28.2.75
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการทางการศึกษาปฐมวัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการจัดการทางการศึกษาปฐมวัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ห้ามผู้ใดนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นอกจากนี้ เนื้อหาที่ปรากฎในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์
