การใช้กระบวนการโค้ชเพื่อส่งเสริมความสามารถในการทำวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
Main Article Content
บทคัดย่อ
วิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนถือเป็นความท้าทายสำหรับครูและนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพเป็นอย่างมาก พบว่ามีครูและนักศึกษาครูจำนวนมากเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน เกิดความกังวลเกี่ยวกับการทำวิจัยทั้งการออกแบบงานวิจัย การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย หรือการเลือกใช้สถิติเพื่อการวิจัย งานวิจัยในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้กระบวนการโค้ชเพื่อส่งเสริมความสามารถในการทำวิจัยในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ของนักศึกษาครุศาสตร์ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองดำเนินการตามแบบแผนวิจัยศึกษากลุ่มเดียววัดเฉพาะหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตร ครุศาสตร์บัณฑิต สาขาชีววิทยาและวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปภัมภ์ ที่กำลังฝึกประสบการณ์สอนในสถานศึกษา ชั้นปีที่ 5 จำนวน 12 คน โดยการเลือกแบบเจาะจงกำหนดคุณสมบัติเป็นนักศึกษาที่อยู่ภายใต้การดูแลของผู้วิจัย ผลการศึกษาพบว่าความสามารถในการทำปฏิบัติการในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูหลังการใช้กระบวนการโค้ชมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.50 คะแนน ตีความได้ว่าความสามารถในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับดี และเมื่อพิจารณาความสามารถรายบุคคลคลพบว่า หลังจากใช้กระบวนการโค้ชนักศึกษามีความสามารถในการทำวิจัยผ่านเกณฑ์ที่ผู้วิจัยตั้งไว้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 การใช้กระบวนการโค้ชกับนักศึกษาฝึกประสบการณ์สอนช่วยให้นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับทักษะการทำวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนเพิ่มขึ้น สามารถทำวิจัยได้ดีและถูกต้องตามหลักวิชาการ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.