แนวทางการปฏิบัติที่เป็นเลิศเพื่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดราชบุรี

Main Article Content

ศมณพร เรืองสิทธิ์
พิชญาภา ยืนยาว
ณัฐวรรณ พุ่มดียิ่ง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันเกี่ยวกับปัจจัยในการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนมัธยมศึกษา และ 2) พัฒนาแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศเพื่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนมัธยมศึกษา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้มาด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง โดยการกำหนดคุณสมบัติ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ข้าราชการครู จำนวน 9 คน โดยใช้วิธีการสังเกตและสัมภาษณ์ความคิดเห็น กลุ่มที่ 2 ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 3 คน และข้าราชการครู จำนวน 3 คน โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก กลุ่มที่ 3 ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 6 คน และข้าราชการครู จำนวน 6 คน โดยใช้วิธีการสนทนากลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และแบบบันทึกการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา


ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันเกี่ยวกับปัจจัยในการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนมัธยมศึกษา พบว่า ด้านการเรียนรู้เป็นทีม ผู้บริหารสถานศึกษายึดหลักการมีส่วนร่วมและแบ่งปันประสบการณ์ ครูทำงานร่วมกันเป็นทีม ด้านการมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน มีนโยบายร่วมกันเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้โรงเรียนขนาดเล็ก ด้านการคิดอย่างเป็นระบบ มีกระบวนการบริหารสถานศึกษาในรูปแบบ PDCA เพื่อให้เกิดมาตรฐานการดำเนินงานตามขอบข่ายและภารกิจการบริหารโรงเรียนที่เป็นระบบ ด้านการเป็นบุคคลผู้รอบรู้ สนับสนุนให้ครูมีการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง จัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามแนวทาง Active Learning และด้านการมีแบบแผนความคิดร่วม ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักเรียนเป็นต้นแบบในความสำเร็จ เป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อเป็นต้นแบบในการปฏิบัติงาน และ 2) แนวทางการปฏิบัติที่เป็นเลิศเพื่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนมัธยมศึกษา ประกอบด้วย 2.1) กำหนดกลยุทธ์และแผนงานอย่างมีส่วนร่วม 2.2) เสริมสร้างเครือข่ายผู้ปกครอง องค์กร และชุมชน 2.3) บริหารจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาล 2.4) ทำงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน 2.5) น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา รัชกาลที่ 10 มาใช้ 2.6) ส่งเสริมสถานศึกษาให้มีความปลอดภัย 2.7) ยกระดับคุณภาพการศึกษา 2.8) สร้างความสุขในองค์กร 2.9) มีการส่งเสริมอิสระในการคิด 2.10) วางแผนด้วยกระบวนการทำงาน PDCA 2.11) ดำเนินงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของโรงเรียนมัธยมศึกษาอย่างเป็นระบบ 2.12) มีภาวะผู้นำทางวิชาการ 2.13) จัดการเรียนรู้เชิงรุก 2.14) ส่งเสริมนวัตกรรมที่เป็นเลิศ 2.15) พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 2.16) มีบุคคลที่เป็นต้นแบบแห่งการเรียนรู้ 2.17) มีแผนพัฒนาที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย และนโยบายที่ชัดเจน และ 2.18) มีรูปแบบในการปฏิบัติงาน ผลการยืนยันแนวทางการปฏิบัติที่เป็นเลิศเพื่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดราชบุรี พบว่า มีความถูกต้อง เหมาะสม เป็นไปได้ และเป็นประโยชน์

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561. (2561). ราชกิจจานุเบกษา (เล่มที่ 135). ตอนที่ 11 ก หน้า 3-5 (23 กุมภาพันธ์)

จุติพร เวฬุวรรณ และคณะ. (2559, มกราคม-มิถุนายน). การพัฒนาแนวทางความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียน สังกัดเทศบาลนครขอนแก่น. วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย, 6 (1), 41-47.

ดวงเดือน จันทร์เจริญ. (2560). หลักการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

บัลลังก์ โรหิตเสถียร. (2566). รมว.ศธ.แถลงนโยบายการศึกษา “เรียนดี มีความสุข”. ค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2567, จาก https://moe360.blog/2023/09/14/minister-ed-statement-ed-policy/

ประภาพรรณ กัณทวงษ์ และนิศารัตน์ โชติเชย. (2562, มกราคม-มีนาคม). การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในการก้าวสู่ยุค Digital HR. วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย, 12 (1), 106-114.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี. (2565). การศึกษาสภาพการบริหารตามมาตรฐานการปฏิบัติงานโรงเรียนมัธยมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี. ราชบุรี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่าด้วยเครือข่ายผู้ปกครอง พ.ศ. 2551. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566-2570). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2567). นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. ค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2567, จาก https://www.moe.go.th/360policy-and-focus-moe-fiscal-year-2024/

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2557). รายงานการวิจัยเรื่อง แนวทางการพัฒนาการศึกษาไทยกับการเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). พระบรมราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10. ค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2567, จาก https://www.attth.org/พระบรมราโชบายการศึกษา/สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์

สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย. (2552). มาตรฐานการปฏิบัติงานโรงเรียนมัธยมศึกษา พ.ศ. 2552. กรุงเทพฯ: สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย.

สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ. (2567). รูปแบบการบริหารแบบกระจายอำนาจ “CLUSTERs”. ค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2567, จาก https://personnel.obec.go.th/home/รูปแบบบริหารแบบกระจายอำนาจ

อัจจิมา รัตนาจารย์. (2564). การศึกษาคุณลักษณะที่ส่งผลในการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ กรณีศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. การศึกษาค้นคว้าอิสระรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารรัฐกิจและกิจการสาธารณะสำหรับนักบริหาร บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. New York: Doubleday Currency.