แนวทางการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวรูปแบบ ไมซ (MICE) ในจังหวัดขอนแก่น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยเรื่องแนวทางการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวรูปแบบ MICE ในจังหวัดขอนแก่น มีวัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาศักยภาพของการท่องเที่ยวรูปแบบ MICE ปัญหาและ อุปสรรค รวมไปถึงเพื่อหาแนวทางในการพัฒนา
ศักยภาพของการท่องเที่ยวรูปแบบ MICE ในจังหวัดขอนแก่น เก็บข้อมูลโดย การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลหลัก
จำ นวน 24 คน และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม โดยเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือแบบสัมภาษณ์โดยการอัด
เทป และจดประเด็นการสนทนาจากการสังเกตอย่างมีส่วนร่วม แล้วนำ ข้อมูลทั้งหมดมาถอดเทป เรียบเรียงเรีบยเรียง
เนื้อหา เพื่อให้ทราบถึงแนวทางการพัฒนาศักยภาพในการท่องเที่ยวรูปแบบ MICE ในจังหวัดขอนแก่น
ผลการศึกษา จังหวัดขอนแก่นมีศักยภาพในการท่องเที่ยวรูปแบบ MICEโดยสามารถแบ่งออกเป็นด้านดังนี้
1) การเข้าถึง ด้วยความเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคจึงสามารถเดินทางเข้าถึงได้อย่างเร็วและสะดวกสบาย แต่การ
เดินทางด้วยเครื่องบินยังมีจุดที่ต้องพัฒนาคือ สายการบินที่เชื่อมไปยังจังหวัดที่สำคัญมีจำ นวนเที่ยวบินน้อย และขาด
สายการบินที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศ 2) ด้านสถานที่จัดงาน มีสถานที่ในการจัดกิจกรรมMICE ที่สามารถรองรับกลุ่ม
นักท่องเที่ยวได้มากและมีความคุ้มค่าต่อต้นทุนในการจัดงาน 3) ด้านโรงแรมที่พักมีจำ นวนโรงแรมที่สามารถรองรับ
จำ นวนนักท่องเที่ยวในประปริมาณมากและหลากหลายระดับ 4)ร้านอาหารและของที่ระลึก ส่วนใหญ่จะเป็นร้าน
อาหารประเภทอาหารท้องถิ่น และร้านของที่ระลึกยังมีจำ นวนน้อยและหาซื้อได้ยาก 5) ด้านของแหล่งท่องเที่ยวทาง
ธรรมชาติมีจำ นวนน้อยขาดความสวยงาม และเป็นเอกลักษณ์ 6) ด้านธุรกิจท่องเที่ยวในปัจจุบันเริ่มมีการขยายสาขา
มากขึ้นเพื่อรองรับจำ นวนนักท่องเที่ยว MICE 7) ด้านความมั่นคงและปลอดภัย จังหวัดขอนแก่นมีระบบรักษาความ
ปลอดภัยสูงในสถานที่จัดกิจกรรม MICE แต่ทั้งนี้ในส่วนของสถานที่จัดงานกลางแจ้งยังไม่ได้รับความน่าเชื่อถือเรื่อง
ความปลอดภัยเท่าที่ควร 8)ด้านการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชน ยังไม่สามารถร่วมกันได้อย่างดี ปัญหาและ
อุปสรรค ของการพัฒนาการท่องเที่ยวรูปแบบ MICEในจังหวัดขอนแก่นนั้นขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดีของภาครัฐและ
ภาคเอกชนทำ ให้นักท่องเที่ยวไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว MICE
Article Details
1. เนื้อหาบทความทั้งหมดที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้ เป็นผลงานที่เจ้าของได้คิดค้น ศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์ เรียบเรียง และอ้างอิงข้อมูลด้วยตนเอง โดยกองบรรณาธิการไม่มีส่วนรับผิดชอบในเนื้อหาดังกล่าว
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ จะต้องไม่เคยได้รับการเผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น หากมีการตรวจพบว่ามีการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน ผู้แต่งจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าว
3. ผลงานทั้งหมดที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร การนำเนื้อหาไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนไปเผยแพร่ซ้ำไม่สามารถกระทำได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากกองบรรณาธิการวารสาร