วิธีการรักษาโรคจิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คำสำคัญ:
ภาวะจิตผิดปกติ; , การรักษา , อกุศลจิต;บทคัดย่อ
องค์การ อนามัยโลก (WHO) ขององค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศว่าภาวะจิตผิดปกติหรือโรคจิต นั้นเป็นปัญหาสำคัญที่สุด และเร่งด่วนของโลกเป็นอันดับที่ 4 ในปัจจุบันโลกมีความก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง แต่ความสามารถในการรักษาโรคจิตของนักจิตบำบัติและจิตแพทย์มีความสามารถในระดับหนึ่งเท่านั้น ยังไม่สามารถรักษาโรคจิตให้หายขาดทุกคนได้ เนื่อง จากทางการแพทย์ปัจจุบัน ไม่ทราบสมุฏฐานของโรคจิตว่าเป็นอะไร ทำให้ผู้ป่วยโรคจิตเกือบทั้งหมดไม่หายขาดก็ต้องกินยาโรคจิตเป็นประจำทุกวันตลอดชีวิต และเป็นที่ยอมรับทั่วไปว่า
ปกติจะมีอาการโรคจิตกำเริบได้เป็นครั้งคราวหลังจาก การศึกษา วิเคราะห์ วิธีการรักษาโรคจิตของพระพุทธเจ้าเมื่อ 2,600 ปีมาแล้ว พระองค์ทรงได้รักษาผู้ป่วยโรคจิตขอยกตัวอย่าง 3 คน ที่ป่วยต่างชนิดกัน มีผลว่าหายขาดทั้ง 3 คน ผู้ป่วยนั้นคือ นางปฏาจารานางกิสาโคตมี และ นายองคุลิมาล การวิเคราะห์การรักษาโรคจิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยใช้หลักการของวิชาพระอภิธรรมเป็นหลัก ทำให้สามารถทราบถึงสมุฏฐานต่างๆของโรคจิต ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงได้ใช้เป็นแนวทางการรักษาโรคจิตอันเป็นวิธีการรักษาที่แตกต่างจากการรักษาโรคจิตในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิงหลักการรักษาก็คือ การเปลี่ยนจิตของผู้ป่วยโรคจิตซึ่งอยู่ใน อกุศลจิต ซึ่งให้แต่ความทุกข์ตลอดเวลา พระพุทธเจ้าทรงมีวิธีเปลี่ยนจิตนี้ให้เป็นกุศลจิตแทนซึ่งเป็นจิตที่ทำแต่บุญกุศล ให้แต่ความพอใจ และความสุข ถ้าผู้ป่วยสามารถให้จิต
คงเป็นกุศลจิตเหมือนจิตในคนธรรมดาทั่วไปที่อยู่กับกุศลจิตนี้ตลอด โรคจิตก็จะหายขาดเต็มร้อย และไม่กลับมาอีก
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Mehm Tin Mon. The Essence of Buddha Abhidamma. Yangon: Thin Lai Win Press, 1903.
World Health Organization. Constitution for the World Health. Geneva: WHO, 1946.
Horner I. B.(Tr.) The Middle Length Saying (Majjhima-nikaya. (Oxford: PTS,1994),pp.284-294
His Royal Highness Prince
ไฟล์ประกอบ
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ศูนย์พุทธศาสน์ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของศูนย์พุทธศาสน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับศูนย์พุทธศาสน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว