ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการออมของข้าราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในเขตจังหวัดกรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์และทักษะทางการเงิน
ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการออมของข้าราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ในกรุงเทพมหานคร โดยเป็นการวิจัย
เชิงปริมาณ ใช้วิธีการสุ่มแบบไม่อาศัยความน่าจะเป็น เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 245 คน ด้วยแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างอิสระ (Independent Sample t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และการทดสอบไคสแควร์ ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 31-40 ปี สถานภาพโสด มีอายุราชการ 5-10 ปี มีรายได้ต่อเดือนระหว่าง 15,000-30,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายประมาณร้อยละ 70 ของรายได้ ด้านทักษะทางการเงินพบว่า ความรู้ทางการเงิน การประยุกต์ใช้ความรู้ทางการเงิน และทัศนคติทางการเงินอยู่ในระดับมากทุกด้าน รูปแบบการออมที่นิยมมากที่สุด คือ การฝากเงินกับธนาคาร เช่น บัญชีออมทรัพย์ เงินฝากประจำ และ
เงินฝากดิจิทัล โดยมีสัดส่วนการออมร้อยละ 11-20 ของรายได้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวัยเกษียณและการออมระยะยาว โดยมีระยะเวลาการออมมากกว่า 5 ปี ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ สถานภาพ อายุราชการ รายได้ และค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อพฤติกรรมการออมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นอกจากนี้ ระดับทักษะทางการเงินที่แตกต่างกันยังส่งผลต่อพฤติกรรมการออมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำบทความทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมสหกรณ์. (2568). ระบบสารสนเทศการรายงานผลข้อมูลบุคลากรของกรมส่งเสริมสหกรณ์.
http://e-service.cpd.go.th/personnel/p0101.asp
จิรปรียา บุญธรรม. (2564). แนวทางการส่งเสริมพฤติกรรมการออมเงินของประชากรวัยทำงาน Gen Y
ในเขตกรุงเทพมหานคร. สารนิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย.
ชิดชนก เลิศกุลธรรม. (2562). ศึกษาพฤติกรรมการวางแผนทางการเงินเพื่อความมั่นคงในชีวิตหลังเกษียณ
กรณีศึกษากลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 22-39 ปี (กลุ่ม Generation Y) ในเขตกรุงเทพมหานคร.
สารนิพนธ์เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ณฐมน เพิ่มสุข และนภาพร นิลาภรณ์กุล. (2564). ทักษะทางการเงินที่ส่งผลต่อความมั่งคั่งทางการเงินของกลุ่มวิชาชีพครูในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 11(1), 68-82.
เตชสิทธิ์ กิตติสุบรรณ. (2560). ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ พฤติกรรมการลงทุน และแรงจูงใจที่มีผลต่อ
อัตราส่วนระหว่างเงินออมและเงินลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำหรับนักศึกษา
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สารนิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2567). การออม. https://www.bot.or.th/th/satang-story/money-plan/saving.html.
พรพิมล จรุงวิศาลกุล และปรมินทร์ โฆษิตกุลพร. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์เชิงคุณภาพที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการออมเพื่อการเกษียณอายุผ่านกองทุนสํารองเลี้ยงชีพกรณีศึกษา: พนักงานบริษัท ซัสโก้ จํากัด. วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ, 6(2), 242-253.
มัลลิกา ก่อสกุล. (2565). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อระดับการออมของกลุ่มคนเจเนอเรชันวายในภาวะสังคม
ผู้สูงอายุไทย. สารนิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
วิจัยกรุงศรี. (2568). สินทรัพย์และหนี้สินของครัวเรือนไทยหลังโควิด-19: สัญญาณเตือนความเปราะบางทางการเงิน. https://shorturl.at/hW9aI.
ศิวัช กรุณาเพ็ญ. (2560). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการออมและพฤติกรรมการออมของคน Gen Y. สารนิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC). (2566). ความท้าทายเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยที่รัฐบาลใหม่ต้องเผชิญ. https://www.scbeic.com/th/detail/product/9148.
หทัยวรรณ เหลี่ยมประเสริฐ. (2566). พฤติกรรมการออมและการลงทุนของกลุ่มประชากร First Jobber
ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร. สารนิพนธ์เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Keynes, J. M. (1936). The supply of gold. The Economic Journal, 46(183), 412-418.
OECD. (2009), Framework for the development of financial literacy baseline surveys: A first
international comparative analysis. OECD working papers on Finance, Insurance and Private Pension No. 1. OECD Publishing
Yamane, T. (1967). Statistics: An introductory analysis (2nd ed.). New York: Harper and Row.