การคุ้มครองสิทธิผู้พักในหอพักเอกชนต่อการเก็บรวบรวมข้อมูลชีวภาพเพื่อควบคุมการเข้าออก: ศึกษากรณีความยินยอมของเจ้าของข้อมูล

Main Article Content

คณาธิป ทองรวีวงศ์
จรัญ ภักดีธนากุล

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) วิเคราะห์องค์ประกอบของความยินยอมในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยเปรียบเทียบกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยกับกฎหมายสหภาพยุโรป 2) วิเคราะห์การขอความยินยอมผู้พักหอพักเอกชนในการเก็บรวบรวมข้อมูลชีวภาพ เพื่อวัตถุประสงค์ควบคุมการเข้าออกและตรวจสอบสิทธิของผู้พัก ตามองค์ประกอบตามกฎหมายของ ความเป็นอิสระในการให้ความยินยอม โดยเปรียบเทียบกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยกับกฎหมายสหภาพยุโรป งานวิจัยนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพในการวิเคราะห์เนื้อหา เปรียบเทียบพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสหภาพยุโรป


ผลการวิจัยพบว่า 1) การขอความยินยอมจากผู้พักหอพักเอกชนเพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลชีวภาพ เช่น การสแกนหน้าเพื่อการผ่านเข้าออก ต้องเป็นไปโดยอิสระ (Freely given consent) ตามมาตรา 19 เช่นเดียวกับ กฎหมายสหภาพยุโรปมาตรา 4 (11) ประกอบกับส่วนขยายข้อ 32 และ 43 ซึ่งมีเงื่อนไขย่อย 4 ประการ ได้แก่ ความไม่สมดุลเชิงอำนาจต่อรอง ผลกระทบทางลบ การสร้างเงื่อนไข และ ความยินยอมที่เจาะจง (2) ในกรณีผู้ให้บริการหอพักเอกชนปรับเปลี่ยนวิธีการควบคุมการเข้าออกเพื่อใช้บริการโดยกำหนดให้ผู้พักหอพักเอกชนต้องสแกนใบหน้าหรือข้อมูลชีวภาพอื่น เช่น ลายนิ้วมือ และขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลโดยไม่มีทางเลือกสำหรับผู้ไม่ยินยอมให้สามารถผ่านเข้าออกโดยวิธีอื่น ความยินยอมดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขของความเป็นอิสระในการให้ความยินยอม  จากผลการศึกษาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอสำหรับผู้ให้บริการหอพักเอกชนว่าหากจะขอความยินยอมในการสแกนหน้าผู้พักควรให้มีทางเลือกอื่นสำหรับผู้ที่ไม่ยินยอมเพื่อให้สามารถใช้บริการได้


 

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

คณาธิป ทองรวีวงศ์. (2564ก). หลักกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์นิติธรรม.

คณาธิป ทองรวีวงศ์. (2564ข). ผลกระทบทางลบอันเกิดจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสหภาพยุโรปและพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562. วารสารรัชต์ภาคย์, 15(38), 42-56.

คณาธิป ทองรวีวงศ์. (2565). รายงานการวิจัยเรื่องการคุ้มครองสิทธิในการให้ความยินยอมของลูกจ้างจาก กรณีนายจ้างขอความยินยอมในการเก็บรวบรวมข้อมูลชีวภาพเพื่อวัตถุประสงค์บันทึกเวลาและ ตรวจสอบการทำงาน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต.

พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2558

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

Alan F. W. (1967). Privacy and Freedom. New York: Atheneu.

Arendt, H. (1973). The Human Condition. Chicago: University of Chicago Press.

Article 29 Working party of The European Union (2011). Opinion 15/2011 on the definition of consent. https://ec.europa.eu/justice/article-29/documentation/opinion-recommendation/files/2011/wp187_en.pdf

Bloustein, E. (1984). Philosophical Dimensions of Privacy.UK: Cambridge University Press)

Cate, F. H. (1995). The EU Data Protection Directive, Information Privacy, and the Public Interest. Iowa Law Review, 80, 431-443.

Donnelly, J. (1982). Human Rights and Human Dignity. The American Law Review, 76(2): 303-316.

European Data Protection Board (2021). Guidelines 07/2020 on the concepts of controller and processor in the GDPR. https://ec.europa.eu.

Fromholz, J. M. (2000). The European Union data privacy directive. Berkeley technology law journal, 15(1): 460-484.

Information Commissioner’s Office (ICO), UK (2020). Guide to the General Data Protection

Regulation (GDPR). https:// www.ico.org.uk/for-organisations/guide-to-data-protection

Kuner, C. (2018). International Organizations and the EU General Data Protection Regulation. International Organisations Law Review, 75, 780-798.

Rubenfield, J. (1989). The Right of Privacy. Harvard Law Review, 102(4): 737-807.

Schoeman. (1984). Ferdinand, Privacy: Philosophical Dimensions of literature. Philosophical Dimensions of privacy: An Anthology, Schoeman, Ferdinand (ed.), UK: Cambridge University Press.

Solove, D. (January 2006). A Taxonomy of Privacy. University of Pennsylvania Law Review. 154(3): 477-560.

Warren S, Brandies, D. (1890). The Right to Privacy. Harvard Law Review, 4(5): 193-220.