ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริโภคอารมณ์ขันผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ศึกษากรณีจากเฟ็ดเฟ่บอยแบนด์สู่ชัยโสโร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบลักษณะประชากร พฤติกรรมการใช้สื่อ การรับรู้สถานภาพตนเอง การรับรู้สภาพทางสังคม และ การบริโภคอารมณ์ขัน รวมถึงอิทธิพลของปัจจัยดังกล่าวที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการบริโภคอารมณ์ขัน วิเคราะห์ข้อมูลด้วย Paired Sample t-test และ One-way ANOVA ผลการวิจัยพบว่า (1) กลุ่มผู้ชมมีการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างประชากรอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่มวัยรุ่น (21-30 ปี) ในยุคเฟ็ดเฟ่ บอยแบนด์ สู่กลุ่มวัยทำงาน (31-40 ปี) ในยุคชัยโสโร ซึ่งสัมพันธ์กับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ด้านพฤติกรรมสื่อ พบการมีส่วนร่วมผ่านการเสนอข้อคิดเห็นเพิ่มขึ้นสูงสุด ( = +0.95) ขณะที่การรับรู้สถานภาพตนเองด้านความสำเร็จ และภาพลักษณ์มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นที่สุด ( = +0.92) (2) ลักษณะทางประชากรศาสตร์ (อายุและรายได้) พฤติกรรมการเปิดรับสื่อออนไลน์ (ความนิยมและกิจกรรมหลังรับชม) การรับรู้สถานภาพตนเอง และการรับรู้สภาพทางสังคมมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงการบริโภคอารมณ์ขันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยการรับรู้สถานภาพด้านการพึ่งพาตนเองและบทบาทต่อผู้อื่นเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ระดับการบริโภคในยุคชัยโสโรเพิ่มสูงขึ้นในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านเทคนิคการผลิตและบทบาทของนักแสดง ข้อสรุป การเปลี่ยนผ่านของอารมณ์ขันสะท้อนถึงวุฒิภาวะของผู้ชมที่เติบโตขึ้นตามกาลเวลา และการใช้สื่อออนไลน์เป็นพื้นที่สะท้อนตัวตนและสถานภาพทางสังคม โดยอารมณ์ขันทำหน้าที่เป็นกลไกการปรับตัวต่อสภาวะเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำบทความทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ชนกนันท์ ปานประเสริฐ. (2561). กลวิธีอารมณ์ขันและการสื่อสารของผู้นำทางความคิดในสื่อสังค ,
ออนไลน์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ชัยโสโร [Chaisoro]. (2566ก, กรกฎาคม 21). ช่อง Chaisoro [วีดิทัศน์]. ยูทูบ. https://www.youtube .com/@chaisoro
ฐาปนี สีทาจันทร์, นัทธมน คภะสุวรรณ, จุฬาลักษณ์ ลาพานิชย์, วิภาดา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, และ วุฒินันท์ แก้วจันทร์เกตุ. (2564). กลวิธีการใช้ภาษาเพื่อสื่ออารมณ์ขันในรายการ “ตามใจตุ๊ด”. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 21(2), 274–298. https://doi.org/10.14456/lartstu.2021.27
ธิติวุฒิ บุญแก้ว. (2566). กลวิธีการเล่าเรื่องและการสร้างอารมณ์ขันในภาพยนตร์
ตลกไทย [วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยรังสิต]. ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นิธิ เอียวศรีวงศ์. (2547). วัฒนธรรมไทยกับอารมณ์ขัน. มติชน.
นันทิกานต์ คุ้มบ้าน. (2564). พฤติกรรมการเปิดรับและสื่อสารอัตลักษณ์ตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปองปรารถน์ สุนทรเภสัช. (2563). การสื่อสารอารมณ์ขันที่สะท้อนการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย. วารสารนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 38(1), 69–82.
ปาริชาต สถาปิตานนท์. (2545). การสื่อสารกับประเด็นทางสังคม. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
พีรพัฒน์ ใจแก้วมา. (2563). พฤติกรรมการดำรงชีวิตแบบปกติใหม่ของประชาชนชาวไทยระหว่างวิกฤตโควิด-
ที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ [วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยนเรศวร. ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ยุบล เบ็ญจรงค์กิจ. (2542). การวิเคราะห์ผู้รับสาร. ที.พี.พริ้นท์.
ยูทูบ. (2566, 21 กรกฎาคม). ชัยโสโร. https://www.youtube.com/@chaisoro
วิภาพร กล้าวิกย์กิจ. (2548). อารมณ์ขันในข้อความสั้นสำเร็จรูป. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วิลลา วิศปาแพ้ว. (2554). อารมณ์ขันในภาษาไทย: กลไกทางสังคมและการสื่อสาร. [รายงานการวิจัย]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศรีกานดา ผดุงกิจ. (2563). อิทธิพลของความตลกขบขันและการรับรู้ภาพลักษณ์ต่อความพึงพอใจของผู้บริโภค. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
สกล ศรีวงศ์เรือน. (2565). พฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์และความคิดเห็นต่อการใช้ภาษาที่ไม่สุภาพของนักเรียนโรงเรียน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมสุข หินวิมาน, พรพรรณ ประจักษ์เนตร, นลินี สีตะสุวรรณ, และ อรดา เลิศรัตน์ตระกูล. (2557). ความรู้เบื้องต้นทางวิทยุและโทรทัศน์. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สาวิตรี พรหมสิทธิ์. (2558, 15 สิงหาคม). เฟ็ดเฟ่ บอยแบนด์ เบื้องหลังความบ้า คือ ความบ้ายิ่งกว่า. Mars Magazine. https://marsmag.net/uncategorized/2285655/
สิทธา พินิจภูวดล. (2543). คู่มือนักแปลมืออาชีพ. สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์.
เหมือนตะวัน สุทธิวิริวรรณ. (2559). การเปิดรับ ความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้ชมรายการต่อดิจิทัลทีวีในเขตกรุงเทพมหานคร. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
Baym, N. K. (2015). Personal connections in the digital age (2nd ed.). Polity Press.
Davis, K. (1967). Human relation at work: The dynamic of organizational behavior. McGraw-Hill.
Freud, S. (1960). Jokes and their relation to the unconscious (J. Strachey, Ed. & Trans.). W. W. Norton & Company. (Original work published 1905).
Hempelmann, C. F. (2016). Humor in the teaching of writing. A & M University.
Jenkins, H. (2006). Convergence culture: Where old and new media collide. New York University Press.
Katz, E., Blumler, J. G., & Gurevitch, M. (1974). Uses and gratifications research. The Public Opinion Quarterly, 37(4), 509–523.
Klapper, J. T. (1960). The effects of mass communication. Free Press.
McQuail, D., & Deuze, M. (2020). McQuail's media and mass communication theory.
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis. Harper & Row.