ปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อความสุขในการทำงาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยด้านเทคโนโลยีของพนักงานในองค์กรภาครัฐและเอกชน 2) ศึกษาความสุขในการทำงานของพนักงานในองค์กรภาครัฐและเอกชน 3) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อความสุขในการทำงานของพนักงานในองค์กรภาครัฐและเอกชน กลุ่มตัวอย่างคือพนักงานในองค์กรภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา จำนวน 400 คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัย พบว่า 1) ปัจจัยด้านเทคโนโลยีของพนักงานในองค์กรภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา อยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีความคิดเห็นมากที่สุด คือ ด้านการรับรู้ประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยี รองลงมา คือ ด้านการรับรู้ความง่ายของการใช้เทคโนโลยี ปัจจัยด้านความสุขในการทำงานของพนักงานในองค์กรภาครัฐและเอกชนในจังหวัดสงขลา อยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีความคิดเห็นมากที่สุด คือ คุณธรรม รองลงมาคือใช้เงินเป็นและสังคมดีและน้อยที่สุดคือ การหาความรู้ 2) ปัจจัยด้านเทคโนโลยีสามารถอธิบายความแปรปรวนตัวแปรความสุขในการทำงานของพนักงานในองค์กรภาครัฐและเอกชน ได้ร้อยละ 44.30 โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสุขในการทำงานของพนักงานของพนักงานในองค์กรภาครัฐและเอกชนในจังหวัดสงขลามากที่สุดได้แก่ ด้านการรับรู้ประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยี (Beta = .421) และด้านการรับรู้ความง่ายของการใช้เทคโนโลยี (Beta = .294) ตามลำดับ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำบทความทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กมลชนก พิชญรัศมีมาน. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความสุขในการทำงานของบุคลากรสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี, 12(2), 129-133.
กมลรัตน์ แนวบรรทัด, และ ทิฆัมพร พันลึกเดช. (2564). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสุขในการทำงานของบุคลากร สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทมหานคร 26. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 7(2), 1 – 12.
กฤษณดล ชุมสาย ณ อยุธยา, จักรพันธ์ เอี่ยมศิริ, วรเชษฐ สมปานวัง, วุฒินันท์ วงมิ่ง, อาทิตย์ แทนคำ, และจุฑามาศ ทวีไพบูลย์วงษ์. (2567). ปัจจัยความพร้อมด้านเทคโนโลยีที่มีผลต่อความตั้งใจในการใช้งานเทคโนโลยีการประชุมทางไกลของพนักงานในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ จังหวัดชลบุรี. วารสารวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 3(1), 20-36.
สุกมล มุ่งพัฒนสุนทร. (2561). ยุคแห่งสังคม AI: หาก AI มาแทนที่มนุษย์. https:// www.stou.ac.th/thai/grad_stdy/Masters
ณภัสพิมุกจ์ ศรีษะเสือ. (2561). ความสุขที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของข้าราชการและบุคลากรสำนักงานเขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร. วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 1(2), 74-85.
ภัทรดนัย ฉลองบุญ. (2564). ความสุขในการปฏิบัติงานของบุคลากรภาครัฐ. วารสารสันติศึกษา. ปริทรรศน์ มจร, 6(ฉบับพิเศษ), 1-12.
วิภัทร เลิศภูรีวงศ์, และ วิกานดา พรสกุลวานิชจตุรภัทร. (2565). ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยี ทัศนคติ และอิทธิพลทางสังคมทำนายความตั้งใจในการใช้งานแอปพลิเคชันโรงพยาบาลภาครัฐ.วารสารนิเทศศาสตร์และนวัตกรรม นิด้า, 9(2), 106 – 129.
สายฝน ไชยศรี. (2566). ระเบียบวิธีการวิจัยทางด้านสังคมศาสตร์ :การบริหารทรัพยากรมนุษย์. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) (2560). การเดินทางของความสุข. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
Junadi, J. (2015). A model of factors influencing consumer’s intention to use epayment system in Indonesia. International conference on computer science and computational intelligence (ICCSCI), 8, 214-220.
Neuendorf, Y., & Valdiseri, A. (2016). Consumer acceptance of online banking: an extension of the technology acceptance model. Internet Research, 14(3), 224-235.