การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชนสู่ความยั่งยืน กรณีศึกษา: ชุมชนสมุนไพรไร่สดใส ตำบลแคน อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสถานการณ์และข้อจำกัดการจัดการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของพื้นที่ชุมชนสมุนไพรไร่สดใส ตำบลแคน อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม และ 2) เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาศักยภาพของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชนของชุมชนสมุนไพรไร่สดใส ตำบลแคน อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม นับเป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการสังเกตแบบมีส่วนร่วม (Participant Observation) และการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi - Structured Interview) เพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชนสู่ความยั่งยืน กรณีศึกษา: ชุมชนสมุนไพรไร่สดใส ตำบลแคน อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มภาครัฐ จำนวน 5 คน กลุ่มภาคเอกชน จำนวน 5 คน กลุ่มภาคประชาชน จำนวน 3 คน กลุ่มนักท่องเที่ยว จำนวน 15 คน ได้แก่ นักท่องเที่ยวอาสาสมัครซึ่งเป็นตัวแทนทดลองท่องเที่ยวในพื้นที่
ผลการวิจัย พบว่า ในภาพรวมของจังหวัดมหาสารคาม สถานการณ์การจัดการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สถานการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพควรได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างมาก เพราะจังหวัดมหาสารคามเป็นเมืองสมุนไพร มีเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร โดยทุกภาคส่วนต้องช่วยกันพัฒนาและสนับสนุนให้พื้นที่จังหวัดมหาสารคามเกิดความโดดเด่น ด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ต้องหากิจกรรมเพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยวผ่านการเน้นจุดเด่นเรื่องสมุนไพร และหากร่วมมือกันได้ ข้อจำกัดต่าง ๆ ก็จะลดลงไป และจะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ได้นำเสนอตัวอย่างรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยนำทฤษฎีมิติสุขภาพดี 5 ด้าน การสร้างความหลงใหลให้แก่แหล่งท่องเที่ยว (Destination Fascination Scale Model (DFS Model) ประสาทสัมผัสทั้ง 5 (The Five Senses) มาปรับใช้เป็นรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชนสู่ความยั่งยืนต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำบทความทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2560). แนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาเมือง
สมุนไพร (Herbal City). ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “แนวทางการดำเนินงานโครงการ
พัฒนาเมืองสมุนไพร (Herbal City). การประชุมสัมมนาจัดโดยกรมการแพทย์แผนไทยและ
การแพทย์ทางเลือก, โรงแรมรามาการ์เด้นส์.
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2559). ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (MEDICAL HUB) (พ.ศ. 2560-2569). สืบค้นจาก https://hss.moph.go.th/
fileupload/2560-102.pdf
กรุงเทพธุรกิจ. (2563, 29 ธันวาคม). ตลาดสมุนไพร เศรษฐกิจหลักของไทย. สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/914569
ชาย โพธิสิตา. (2554). ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิจัยเชิงคุณภาพ. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง.
ทวีศักดิ์ นพเกษร. (2549). วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ เล่ม 2. นครราชสีมา: โชคเจริญมาร์เก็ตติ้ง.
ธีระพงษ์ อาญาเมือง. (2563). การส่งเสริมสถานประกอบการสปาเพื่อสุขภาพ ในการเป็นศูนยก์ลางการ
ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในภาคตะวันออก. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา,
ชลบุรี.
ธง คำเกิด และวัชรพันธ์ แสนสิทธิ์. (2562). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านบางแม่หม้าย ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลสุวรรณภูมิ, 1(3), 221-232.
นลินวิรุฬห์ คำมูลอามาตย์. (2559). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวชาวจีนในการใช้
บริการสปาในเมืองพัทยา. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี.
พิชญาพร ศรีบุญเรือง และฉลองศรี พิมลสมพงศ์. (2564). การพัฒนาคุณค่าแหล่งท่องเที่ยวเพื่อรองรับ
นักท่องเที่ยวศักยภาพสูงในประเทศไทย. วารสารเทคโนโลยีภาคใต้, 14(1), 1-13.
พุทธชาติ ลุนคำ. (2564). ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมหลัง COVID-19. สืบค้น จาก https://www.krungsri
.com/th/research/research-intelligence/ri-future-of-tourism-21
เมษ์ธาวิน พลโยธี, สุธาธิณี หนูเนียม, และสุวิชาดา สกุลวานิชเจริญ. (2565). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน กรณีศึกษา ชุมชนไทดำ บ้านนาป่าหนาด อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย. วารสารท่องเที่ยวไทยนานาชาติ, 18(1).
วัฒนศักดิ์ ศรรุ่ง, ธนพล ก่อฐานะ, และจิราพร สวัสดิรักษ์. (2565). รูปแบบนวัตกรรมการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิผลของเมืองสมุนไพร (Herbal City) ภายใต้แผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม, 16(1), 351-364.
ศันสนีย์ กระจ่างโฉม, อาชว์บารมี มณีตระกูลทอง, และเผชิญวาส ศรีชัย. (2562). แนวทางการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุชาวต่างชาติในพื้นที่อารยธรรมล้านนา. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 39(3), 75-90.
สรรค์นันธ์ ตันติอุโฆษกุล อัครวงศ์, เจริญพร เพ็ชรกิจ, รัฐศวรรธน์ กิ่งแก้ว, และพวงรัตน์ จินพล (2560) นครศรีธรรมราชให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภาคใต้ตอนบน. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2564). ร่างแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย พ.ศ. 2565–2569 และกฎระเบียนที่เกี่ยวข้องกับยาสมุนไพรใหม่ ๆ. สืบค้นจาก https://www.opsmoac.go.th/sustainable_agri-knowledge-files-431291791813
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.). (2564). แผนแม่บทเฉพาะกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติอันเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 พ.ศ. 2564-2565. สืบค้นจาก http://nscr.nesdb.go.th
สุนทร โชคสวัสดิ์ธนะกิจ, รภัสสา จันทาศรี, สุจิตรา ผาระนัด, ประยงค์ ตันแล, และสุศงคาร จันทะสี. (2562). รายงานกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยนาดูนโมเดลต้นแบบสมุนไพรในระบบเกษตรที่ดีและเหมาะสมสู่การขับเคลื่อนเมืองสมุนไพรของจังหวัดมหาสารคาม. กรุงเทพฯ: สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.).
อภิวัฒน์ แสงวงศ์ วุธิพงศ์ ภักดีกุล, และวรินท์มาศ เกษทองมา. (2563) การพัฒนายุทธศาสตร์เมืองสมุนไพรสกลนคร. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ 13(1), 551-561.
อุทัยทิพย์ เจี่ยวิวรรธน์กุล. (2553). การวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม: แนวคิด หลักการ และบทเรียน. สืบค้นจาก https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/28406.
Ashton, A. S. (2015). Developing a Tourist Destination Brand Value: The Stakeholders’ Perspective. Tourism Planning & Development, 12(1), 398-411.
Ashton, A. S. (2021). Wellness Tourism: Healing and Sustainable Practices. In Rebuilding Tourism for The Future Through Sustainable Development. Symposium conducted at the meeting of ICRTH, Online.
Denzin, N. K., & Lincoln, Y. S. (1994). Strategic of inquiry: Handbook of qualitative research. Thousand Oaks, CA: Sage.
Dillette, A. K., Douglas, A. C., & Andrzejewski, C. (2020). Dimensions of holistic wellness as a result of international wellness tourism experiences. Current Issues in Tourism, 24(6), 794-810.
Liu., C. R., Wang, Y. C., Huang, W. S., & Chen, S. P. (2017). Destination fascination: Conceptualization and scale development. Tourism Management, 63(1), 255-267.
Taskin, C., Karadamar, A. A., & Ozturk, O. (2018). Investigating the influence of destination fascination on destination brand loyalty for tourism development. In Second International Scientific Conference on Economics and Management - EMAN 2018.
World Health Organization. (1998). Resolutions and decisions of regional interest adopted by the fifty-first World Health Assembly and by the Executive Board at its 101st and 102nd sessions. Retrieved from https://apps.who.int/iris/bitstream/handle/10665/121690/em_rc45_4_b_en.pdf.