การศึกษาเรื่องการจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรมกรณีศึกษาสวนเบญจกิติเพื่อเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาเรื่องการจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรมกรณีศึกษาสวนเบญจกิติเพื่อเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ภูมิทัศน์วัฒนธรรมเมือง กับ พื้นที่สีเขียว ในบริบทของกรุงเทพมหานคร 2) เป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาเมืองที่สามารถรักษาสมดุลระหว่าง สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิตของประชาชน การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผสมผสานการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณบางส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การใช้แบบสอบถาม และการสังเกตภาคสนาม กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ใช้บริการสวนเบญจกิติ และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการดูแลและบริหารจัดการพื้นที่สวนเบญจกิติ
ผลการศึกษาพบว่า ภูมิทัศน์วัฒนธรรมเมืองกับพื้นที่สีเขียวมีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน (Interdependent Relationship) กล่าวคือ พื้นที่สีเขียวมิได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ทางกายภาพของเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ทางสังคมและวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และกิจกรรมของประชาชนผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกัน นโยบายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเมืองก็ส่งผลโดยตรงต่อการเข้าถึงและคุณภาพของพื้นที่สีเขียว นอกจากนี้ สวนเบญจกิติยังมีบทบาทสำคัญในฐานะต้นแบบของการฟื้นฟูภูมิทัศน์วัฒนธรรมเมือง (A Model for Urban Cultural Landscape Regeneration) โดยทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Green Infrastructure) ที่ช่วยฟื้นฟูเชิงนิเวศ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างภูมิทัศน์ที่เอื้อต่อสุขภาพและสุขภาวะ (Landscape of Health and Wellness) ให้แก่ประชาชนในกรุงเทพมหานคร
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำบทความทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
เกศมณีศิริ นาคอ่อน. (2566). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้พื้นที่สวนสาธารณะเพื่อการนันทนาการในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร]. ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, มหาวิทยาลัยนเรศวร. สืบค้นจาก https://ww2.agi.nu.ac.th/nred/Document/is-PDF/2566/geo_2566_08_FullPaper.pdf
เอื้อมพร วีสมหมาย. (2527). สวนสาธารณะและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ (พิมพ์ครั้งที่1). สืบค้นจาก https://ebook.lib.ku.ac.th/ebook27/ebook/20140150/
จินตนา เรืองพงษ์ และ เกศินี หลีธิวงศ์. (2557). โครงการออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์ องค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. สืบค้นจาก https://agr.rmutt.ac.th/wp-content/uploads/2018/12/027.pdf
จุฑาทิพย์ ปทุมมาศ. (2562). การจัดการสวนสาธารณะในเมือง: กรณีศึกษาสวนรมณีนาถ กรุงเทพมหานคร. การผังเมืองมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สืบค้นจาก https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2019/TU_2019_6116031052_12324_13135.pdf
ภัททิยา สีวราภินันท์. (2567). การจัดการสวนสาธารณะในเมือง: กรณีศึกษาสวนลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรามคำแหง). ISLocal. https://islocal.ru.ac.th/images/is_pdf/is_67/6614880027.pdf
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2548). การจัดการเรียนรู้ของแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต: สวนสาธารณะ. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. http://backoffice.onec.go.th/uploads/Book/785-file.pdf
อรทัย คุณะดิลก. (2563). แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะอย่างมีส่วนร่วมในเมือง กรณีศึกษา สวนสาธารณะและพื้นที่ใต้สะพานพระราม 8 กรุงเทพมหานคร. [วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. สาขาวิชาพัฒนามนุษย์และสังคม, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สืบค้นจาก https://digital.car.chula.ac.th/cgi/viewcontent.cgi?article=5481&context=chulaetd
Carmona, M., de Magalhães, C., & Hammond, L. (2008). Public space: The management dimension. Routledge.