การประยุกต์ใช้ท่าเซิ้งกระติบข้าว เพื่อการบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่สำหรับเด็กปฐมวัย

ผู้แต่ง

  • นเรศ แสนสอาด คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • ระวิวรรณ วรรณวิไชย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • วรพล อร่ามรัศมีกุล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

คำสำคัญ:

กล้ามเนื้อมัดเล็ก, กล้ามเนื้อมัดใหญ่, เซิ้งกระติบข้าว, เด็กปฐมวัย, กิจกรรมบำบัด

บทคัดย่อ

       งานวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายสำคัญเพื่อออกแบบชุดกิจกรรม และศึกษาผลการใช้ชุดกิจกรรมการประยุกต์ใช้ท่าเซิ้งกระติบข้าว เพื่อการบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ สำหรับเด็กปฐมวัย โดยใช้หลักการนาฏศิลป์บำบัดบูรณาการร่วมกับหลักการกิจกรรมบำบัด ในการออกแบบชุดกิจกรรม กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนอนุบาลด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 20 คน โดยแบ่งเป็น กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม  จำนวนกลุ่มละ 10 คน ผลการศึกษาสรุปว่า ชุดกิจกรรมการประยุกต์ใช้ท่าเซิ้งกระติบข้าว เพื่อการบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ สำหรับเด็กปฐมวัย มีการประยุกต์ใช้ท่าเซิ้งกระติบข้าวในการออกแบบกิจกรรม 2 กิจกรรมหลักคือ ชุดฝึกบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็ก และชุดฝึกบริหารกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ประกอบด้วย 8 กิจกรรมย่อย ได้แก่ 1.ท่าดีดนิ้วมือ 2.ท่าจีบมือ 3.ท่าปั้นข้าวเหนียว 4.ท่าบิดข้อมือ 5.ท่าย่ำเท้า 6.ท่าก้าวก้าวแตะ7.ท่ายืนขาเดียว และ 8.ท่าย่ำเท้าแตะเท้า โดยทุกกิจกรรมเป็นการส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยมีการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง  ใช้ระยะเวลาจำนวน 8 สัปดาห์ๆ ละ 3 ครั้ง ๆละ 30 นาที รวมเป็น 24 ครั้ง  จากการวิเคราะห์ด้วยสถิติ t-test พบว่ากลุ่มทดลอง    มีค่าเฉลี่ยคะแนนก่อนทำกิจกรรมอยู่ที่ 6.20 และค่าเฉลี่ยคะแนนหลังทำกิจกรรมอยู่ที่ 13.00 อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบผลหลังการทำกิจกรรมระหว่างกลุ่มพบว่า กลุ่มทดลอง มีค่าเฉลี่ยคะแนนหลังทำกิจกรรมอยู่ที่ 13.00 และกลุ่มควบคุมค่าเฉลี่ยคะแนนหลังทำกิจกรรมอยู่ที่ 8.30 ซึ่งค่าเฉลี่ยคะแนนหลังการทดลองของกลุ่มทดลอง สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05

เอกสารอ้างอิง

Boonthonglek, Manoch. Early Childhood Dance. Bangkok: Triple Group, 2015.

มาโนช บุญทองเล็ก. นาฏศิลป์ระดับปฐมวัย. กรุงเทพฯ : บริษัท ทริปเพิ้ลกรุ๊ป จำกัด, 2558.

Charoensuk, Nawawan, "Occupational Therapy in Early Childhood." Interview by Nares Sansaard. March, 23, 2020.

นววรรณ เจริญสุข. "กิจกรรมบำบัดในเด็กปฐมวัย." สัมภาษณ์โดย นเรศ แสนสอาด. 23 มีนาคม 2563.

Department of Health. The Study of Factors Affecting Early Childhood Development in Thailand, 6th 2017. Bangkok: CG Tools, 2018.

กรมอนามัย. การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัยไทยครั้งที่ 6 พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ : บริษัทซีจีทูลจำกัด, 2561.

Ellegaard, Karen, Cecilie von Bülow, Alice Røpke, et al. “Hand exercise for women with rheumatoid arthritis and decreased hand function: an exploratory randomized controlled trial.” Arthritis research & therapy 21, no. 158 (2019): 1-9.

Kaewnam, Sarika et al. Effects of a music movement activity set on gross motor skills of children with Down syndrome in Rajanukul Institute. Bangkok: Special Education Group Rajanukul Institute, 2010.

สาริกา แก้วน้ำ และคณะ. ผลของชุดกิจกรรมเคลื่อนไหวประกอบเพลงที่มีต่อทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็กดาวน์ซินโดรมในสถาบันราชานุกูล. กรุงเทพฯ : กลุ่มงานการศึกษาพิเศษ สถาบันราชานุกูล, 2553.

Khammuanglue, Prachayaporn. Rehabilitation Medicine Guidelines. Handout for Teaching Rehabilitation in Pediatric Cerebral Palsy and Polio Patients. Chiang Mai: Department of Regenerative Medicine Faculty of Medicine Chiang Mai University, 2022.

ปรัชญพร คำเมืองลือ. แนวทางการบำบัดรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู เอกสารประกอบการสอนการฟื้นฟูผู้ป่วยเด็กสมองพิการและโปลิโอ. เชียงใหม่ : ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2565.

Ministry of Education. Handbook of the early childhood education curriculum for the year 2017 for children aged 3-6 years. Bangkok: Thailand Agricultural Cooperative Association Printing Press, 2018.

กระทรวงศึกษาธิการ. คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 สำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด, 2561.

Ministry of Public Health. Thai Early Developmental Assessment for Intervention : TEDA4I. Bangkok: Thailand Agricultural Cooperative Association Printing Press, 2015.

กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือประเมินเพื่อช่วยเหลือเด็กปฐมวัยที่มีปัญหาพัฒนาการ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด, 2558.

Office of the National Economic and Social Development Board. National Strategy 2018-2037. Bangkok: Office of the Secretary of the National Strategy Committee, National Economic and Social Development Board, 2018.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580. กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2561.

Phongsakchat, Payao et al. "Health Behaviors Enhancing Based on Local Wisdom." Journal of The Royal Thai Army Nurses 3 (2019): 44-53.

พเยาว์ พงษ์ศักดิ์ชาติ และคณะ. “การส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามภูมิปัญญาท้องถิ่น.” วารสารพยาบาลทหารบก 3 (2562): 44-53.

Purnamasari, Yulia. "Improving Gross Motoric Skill of Early Childhood Through Dance Arts Learning. Advances in Social Science." Proceedings of the International Conference of Early Childhood Education (ICECE 2019), no. 449 (July 2020): 189-192.

Raghupathy, Manasa Kolibylu, Mohan Divya & Suruliraj Karthikbabu. "Effects of Traditional Indian Dance on Motor Skills and Balance in Children with Down syndrome." Journal of Motor Behavior 54, no. 2 (2020): 212-221.

Rehab, Flint. "Therapy Exercises to Try at Home." https://www. flintrehab.com /hand-therapy-exercises.

Sakulpasak, Warunee and Wannaapa Halathaingam. "Music and movement activity for early childhood." Vajira Medical Journal: Journal of Urban Medicine 63, no. 3 (May-June 2019): 205-207.

วารุณี สกุลภารักษ์ และวรรณอาภา หฤทัยงาม. “ดนตรีและกิจกรรมเคลื่อนไหวสำหรับเด็กปฐมวัย.” วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง ปีที่ 63, เล่มที่ 3 (พฤษภาคม-มิถุนายน 2562): 205-207.

Tunthong, Kanchaporn. "The body movement for the muscle structure development in the primary children by dancing activity." Journal of Fine Arts Research and Applied Arts 1 (2019): 318-319.

กัญชพร ตันทอง. “การเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อในเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมนาฏศิลป์.” วารสารศิลปกรรมศาสตร์วิชาการ วิจัย และงานสร้างสรรค์ 1 (2562): 318-319.

Wanwichai, Rawiwan. "Dance for the hearing impaired children." PhD diss., Chulalongkorn University, 2011.

ระวิวรรณ วรรณวิไชย. “นาฎยศิลป์เพื่อเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน.” ปริญญานิพนธ์ระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554.

Wanwichai, Rawiwan. “Folk Performing Arts of the Northeast Region.” In Dance Dance Dance, 142-144. Bangkok: Idia Square, 2002.

ระวิวรรณ วรรณวิไชย. “ศิลปะการแสดงพื้นบ้านของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.” ใน ระบำ รำ เต้น, 142-144. กรุงเทพฯ : ไอเดียสแควร์, 2545.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-04-25

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย | Research Article