อุปนิสัยที่มีประสิทธิผลสูงของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อองค์กรแห่งการเรียนรู้ โรงเรียนสังกัดเทศบาลนครสงขลา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาอุปนิสัยที่มีประสิทธิผลสูงของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อองค์กรแห่งการเรียนรู้ และ2) เสนอแนวทางการพัฒนาอุปนิสัยที่มีประสิทธิผลสูงของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อองค์กรแห่งการเรียนรู้ โรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสงขลา จังหวัดสงขลา กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษาเทศบาลนครสงขลา จำนวน 153 คน โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างใช้โปรแกรม G* Power Analysis จากนั้นทำการสุ่มแบ่งชั้นตามขนาดโรงเรียน แล้วทำการสุ่มอย่างง่ายตามสัดส่วนของจำนวนประชากรครูในแต่ละโรงเรียน และมีผู้บริหารให้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ และแบบสอบถามซึ่งมีลักษณะเป็นแบบมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าความตรงเชิงเนื้อหาระหว่าง 0.80-1.00 ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้ง 2 ฉบับเท่ากับ .989 และ .984 วิเคราะห์ข้อมูลโดย การทดสอบสมมุติฐาน ใช้สถิติการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัยพบว่า 1) อุปนิสัยที่มีประสิทธิผลสูงของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียน สังกัดเทศบาลนครสงขลา จังหวัดสงขลา คือ อุปนิสัยการประสานพลังสร้างสิ่งใหม่ (X6) เป็นตัวแปรพยากรณ์ที่สามารถพยากรณ์การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา ได้ดีที่สุด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 2) แนวทางการพัฒนาอุปนิสัยที่มีประสิทธิผลสูงของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสงขลา จังหวัดสงขลา ได้แก่ การปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ครู การสร้างความศรัทธาและความเชื่อถือ การมีภาวะผู้นำของการเปลี่ยนแปลงที่ทันต่อเหตุการณ์การกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนการเรียงลำดับความสำคัญของงาน การคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม และเข้าใจความแตกต่างของครูก่อนที่จะมอบหมายงาน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ในกรณีที่กองบรรณาธิการ หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้รับเชิญให้เป็นผู้ตรวจบทความวิจัย หรือ บทความทางวิชาการมีความเห็นว่าควรแก้ไขความบกพร่อง ทางกองบรรณาธิการจะส่งต้นฉบับให้ ผู้เขียนพิจารณาจัดการแก้ไขให้เหมาะสมก่อนที่จะลงพิมพ์ ทั้งนี้ กองบรรณาธิการจะยึดถือความคิด เห็นของผู้เชี่ยวชาญเป็นเกณฑ์
เอกสารอ้างอิง
ชนัญญา ใยลออ. (2560). การพัฒนาโปรแกรมการศึกษานอกระบบโรงเรียน ตามแนวคิดความฉลาดทางวัฒนธรรม และแนวคิดอุปนิสัย 7 ประการ ของสตีเฟ่น อาร์ โควี่ เพื่อเสริมสร้างทักษะการทำงานร่วมกันกับผู้อื่นในองค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษานอกระบบโรงเรียน). กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชยาภา มะลิ. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารตามความคิด 7 อุปนิสัยของผู้บริหารกับประสิทธิผลในการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1. (วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร.
ธัญญลักษณ์ มหาศิริพันธ์. (2563). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). ฉะเชิงเทรา : มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์.
เธียรไชย ยักทะวงษ์. (2564). การพัฒนาเครื่องมือวัด 7 อุปนิสัยของผู้มีประสิทธิผลสูง ปัจจัยเชิงเหตุและสมดุลชีวิตกับการทำงานของพนักงานในองค์กรเอกชน การวิจัยผสานวิธี. (ปริญญานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
นวรัตน์ ไวชมภู และวัน เดชพิชัย. (2564). “ความท้าทายของผู้บริหารสถานศึกษาในการนำ 7 อุปนิสัยมาใช้ท่ามกลางวิถีชีวิตใหม่”. วารสารการศึกษาและนวัตกรรมการเรียนรู้. 1(2), 207-217.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุรีวิทยาสาส์น.
พงศธร พรมโต. (2561). “การวัดระดับอุปนิสัยของพนักงานโรงไฟฟ้าแม่เมาะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยใช้หลักการ 7 อุปนิสัยพัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง”, วารสารบัณฑิตวิทยาลัย พิชญทรรศน์, 14(1), 107-117.
รดารัตน์ ยุมิมัย. (2563). “ผลของการฝึกอบรมเชิงจิตวิทยาที่มีต่อการตั้งเป้าหมายในการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3”. วารสารราชพฤกษ์. 18(1). 74-82.
รุ้งนภา จันทร์ลี. (2562). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2. (วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). จันทบุรี : มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
ศุภเชษฐ์ กาญจนมณี, นวรัตน์ ไวชมภู และชณัฐ พรหมศรี. (2566). “การปรับตัวของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคโลกพลิกผัน”, วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย. 13(1), 1-13.
สุฑาวรรณ สอนแก้ว. (2565). ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). สงขลา : มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
สำนักการศึกษา เทศบาลนครสงขลา. (2566). รายงานผลการปฏิบัติการประจำปี 2566 สำนักการศึกษา เทศบาลนครสงขลา. สงขลา : เทศบาลนครสงขลา.
อานุภาพ เลขะกุล. (2564). “ความปกติถัดไปอุดมศึกษา : ความท้าทาย”, วารสารการศึกษาและนวัตกรรมการเรียนรู้. 16(1), 111 - 125.
Covey, S. R. (1989). The 7 habit of highly of effective people. New York : Simon and Schuster.
Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A.-G., & Buchner, A. (2007). “G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences”. Behavior Research Methods. 3(9), 175-191.
Senge, P.M. (2017). School that Learn: A Fifth Discipline Fieldbook for Educators, Parents, and Everyone Who Cares About Education. London : The Marsh Agency Ltd.