การพัฒนาหลักสูตรส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) สำหรับนักศึกษาครู
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาคุณภาพหลักสูตรส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) สำหรับนักศึกษาครู และ 2) ศึกษาผลการใช้หลักสูตรส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) สำหรับนักศึกษาครู กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักศึกษาครู สาขาวิชาภาษาไทย ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง จำนวน 29 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) หลักสูตรส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) สำหรับนักศึกษาครู 2) เอกสารประกอบหลักสูตรฯ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และ 4) แบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t – test dependent samples
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการสร้างหลักสูตรฯ ประกอบด้วย 4 หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ได้แก่ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ภัยร้าย PM หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เติมเต็มองค์ความรู้ ชั่วโมงหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 กูรูสู้ฝุ่น และหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สานฝันฉลาดรู้สุขภาพ จำนวน 8 ชั่วโมง และคุณภาพของหลักสูตรฯ มีค่าเฉลี่ยความเหมาะสมของหลักสูตรฯ อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.60, S.D = 0.44) เอกสารประกอบหลักสูตรฯ มีค่าเฉลี่ยความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.51, S.D = 0.52) 2) การศึกษาผลการใช้หลักสูตรฯ พบว่า นักศึกษาครู สาขาวิชาภาษาไทย ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง จำนวน 29 คน ที่ผ่านการเรียนรู้ตามหลักสูตรฯ มีคะแนนหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีระดับความสามารถในการรอบรู้ด้านสุขภาพภาพรวมอยู่ในระดับสูง ( =3.63, S.D = 0.51)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ในกรณีที่กองบรรณาธิการ หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้รับเชิญให้เป็นผู้ตรวจบทความวิจัย หรือ บทความทางวิชาการมีความเห็นว่าควรแก้ไขความบกพร่อง ทางกองบรรณาธิการจะส่งต้นฉบับให้ ผู้เขียนพิจารณาจัดการแก้ไขให้เหมาะสมก่อนที่จะลงพิมพ์ ทั้งนี้ กองบรรณาธิการจะยึดถือความคิด เห็นของผู้เชี่ยวชาญเป็นเกณฑ์
เอกสารอ้างอิง
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. (2561). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: ขั้นพื้นฐาน ปฏิสัมพันธ์ วิจารณญาณ, กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง
คณะกรรมการอำนวยการจัดทำแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ. (2559). ร่างแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2565-2570), กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.
จักรกฤษณ์ จันทะคุณ และคณะ. (2565). การพัฒนาชุดฝึกอบรมครูเพื่อพัฒนาหลักสูตรภัยพิบัติท้องถิ่นแผ่นดินไหวที่เหมาะสมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
นวพร ชลารักษ์ .(2558). บทบาทของครูกับการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยฟาอีสเทอร์น, 9(1), 64-71.
ประสาท เนืองเฉลิม . (2562). ครูในศตวรรษที่ 21 Teachers in the 21st Century. วารสารมนุุษยศาสตร์และ
สังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 39(1), 16-24.
พนมนคร มีราคา. (2560). ครูต้องมีลักษณะอย่างไรในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์ มมร, 5(2), 23-35.
พาณิชย์ อินทร์จันทร์. (2563). การพัฒนาหลักสูตรสร้างเสริมการแก้ปัญหาอนาคตในการเตรียมความพร้อม รับมือ
ภัยพิบัติแผ่นดินไหว โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดของทอร์แรนซ์สำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2557). สัตตลักษณ์ของครูผู้นำ. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
วิจิตตราภรณ์ สุขเจริญ และคณะ. (2563). การศึกษามาตรการจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดไม่ เกิน 2.5 ไมครอน ของประเทศไทยตามแนวองค์การอนามัยโลก. วชิรเวชสารและวารสาร เวชศาสตร์เขตเมือง, 64(5), 345-356
สุภางค์พิมพ์ รัตตสัมพันธ์และคณะ. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการป้องกันการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 ของหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลปทุมธานี, วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์ 42(3), 53-62.
Taba, Hilda. (1962). Curriculum Development: Theory and Practice. New York : Harcourt, Brace &
World, lnc.