รูปแบบการนิเทศแบบปรับประยุกต์โดยใช้หลักธรรมกัลยาณมิตร 7 เพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช

Main Article Content

เฉลิมชาติ ลิ่มกุล
สุพัฒน์ ชัยวรรณ์

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานเพื่อการพัฒนาการนิเทศ 2) สร้างและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการนิเทศ 3) ทดลองใช้รูปแบบการนิเทศ และ 4) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการนิเทศ การวิจัยมี 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานรูปแบบการนิเทศ โดยการสังเคราะห์เอกสารและการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน เครื่องมือที่ใช้เป็น แบบบันทึกและแบบสัมภาษณ์ ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบ ผู้ให้ข้อมูลเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ขั้นตอนที่ 3 ผลการใช้รูปแบบการนิเทศ แหล่งข้อมูล คือ ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย จำนวน 35 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบทดสอบ และแบบประเมินความสามารถการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ขั้นตอนที่ 4 ผลการใช้รูปแบบการนิเทศ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบ t (t-test) และการวิเคราะห์เนื้อหา
            ผลการวิจัยพบว่า 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานเพื่อการพัฒนาการนิเทศ พบว่า เป็นการนิเทศแบบร่วมพัฒนาวิชาชีพ การนิเทศแบบคลินิก การนิเทศแบบพัฒนาตนเอง การนิเทศแบบสนับสนุน การนิเทศแบบภายในโรงเรียน การนิเทศแบบมนุษยสัมพันธ์ มาปรับประยุกต์ใช้ร่วมกัน การนิเทศที่สามารถพัฒนาได้ด้วยตนเองและให้คำปรึกษาคำแนะนำแก่ผู้รับการนิเทศที่มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ของครู 2) รูปแบบการนิเทศ มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา กิจกรรมการนิเทศและการวัดประเมินผล โดยกิจกรรมการนิเทศ 5 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 การวางแผนกำหนดทิศทาง          ขั้นที่ 2 การปฏิบัติการนิเทศ ขั้นที่ 3 การเรียนรู้เพื่อการพัฒนา ขั้นที่ 4 การร่วมสร้างประสบการณ์ และขั้นที่ 5 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และรูปแบบการนิเทศ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก 3) การทดลองใช้รูปแบบการนิเทศ พบว่า ครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก หลักการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .05 มีความสามารถในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในระดับมากที่สุด มีทักษะการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในระดับมากที่สุด และมีเจตคติที่ดีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกวิชาภาษาไทย 4) ผลการใช้รูปแบบการนิเทศ พบว่า ความพึงพอใจต่อรูปแบบการนิเทศ อยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ลิ่มกุล เ., & ชัยวรรณ์ ส. . (2026). รูปแบบการนิเทศแบบปรับประยุกต์โดยใช้หลักธรรมกัลยาณมิตร 7 เพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ, 26(1), 153–168. https://doi.org/10.55164/jedutsu.v26i1.279041
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จรูญ พาริชย์ผลินไชย. (2559). การศึกษาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนิสิตระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 22(2), 25–37.

เจตนา เมืองมูล. (2566). การนิเทศการศึกษา. สืบค้นเมื่อ 15 พฤษภาคม 2567, จาก https://www.kkzone1.go.th/administrator-control/data/003/20-03-2018-15-45-27_408951915.pdf

เฉลิมพล สุปัญญาบุตร. (2563). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).

นนทลี พรธาดาวิทย์. (2559). การจัดการเรียนรู้แบบ Active learning (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ล เอ็ดดูเคชั่น.

วารินทร์พร ฟันเฟื่องฟู. (2563). สมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของนักศึกษาวิชาชีพครู. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 10(3), 193–202.

วิชิรตา วรธาดาสวัสดิ์. (2566). รูปแบบการนิเทศการศึกษาแบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร).

วัชรา เล่าเรียนดี. (2554). นิเทศการสอน. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์.

มนสิช สิทธิสมบูรณ์. (2567). กลยุทธ์การจัดการเรียนรู้เชิงรุก. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 8(1), 164–172.

รัตนชนก รัตนภูมิ. (2564). การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบหน้างานเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สำหรับครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 3. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ, 21(2), 49–67.

ศจีทิพย์ ตาลพันธ์, เอกราช โฆษิตพิมานเวช, และกนกอร สมปราชญ์. (2566). การจัดการเรียนรู้เชิงรุก. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 6(5), 642–656.

สถาพร สมอุทัย. (2565). การนิเทศการศึกษา หนึ่งตัวช่วยในการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสารวิจัยวิชาการ, 5(3), 275–288.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.

สิทธิพงศ์ อุดมทรัพย์. (2567). การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนบ้านป่าแดง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 12(47), 243–253.

Glickman, C. D. (1995). Supervision of instruction: A developmental approach (6th ed.). Boston, MA: Allyn & Bacon.

Glatthorn, A. A. (1984). Differentiated supervision. Alexandria, VA: Association for Supervision and Curriculum Development.

Goldhammer, R., Anderson, R. H., & Krajewski, R. J. (1993). Clinical supervision: Special methods for the supervision of teachers (3rd ed.). Fort Worth, TX: Harcourt Brace Jovanovich.

Meyers, C., & Jones, T. B. (1993). Promoting active learning: Strategies for the college classroom. San Francisco, CA: Jossey-Bass.

Sergiovanni, T. J., & Starratt, R. J. (1988). Supervision: Human perspectives (4th ed.). Thousand Oaks, CA: Corwin Press.