ผลการเปรียบเทียบความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของผู้เรียนที่เรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสานด้วยเทคนิคสืบสวนสอบสวนเป็นกลุ่ม โดยบูรณาการสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ เปรียบเทียบความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ก่อนและหลังเรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสานด้วยเทคนิคสืบสวนสอบสวนเป็นกลุ่มโดยบูรณาการสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองโดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบกลุ่มเดียวทดลองก่อนเรียนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 โรงเรียนบ้านหนองบัวสร้างวิทยาคาร ตำบลอุ่มจาน อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นบทเรียนแบบผสมผสานเรื่องสารรอบตัวและแบบวัดความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าที (t-test)
ผลการวิจัย พบว่า
ความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของผู้เรียนภายหลังจากการเรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสาน ด้วยเทคนิคสืบสวนสอบสวนเป็นกลุ่มโดยบูรณาการสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ. (2559). สมรรถนะการศึกษาไทยในเวทีสากล ปี 2559 (MID 2016). Retrieved December 27, 2017, from http://backoffice.onec.go.th/uploads/Book/1531-file.pdf
เฉลิมชัย กาญชนคเชนทร์ และ สมเกียรติ พรพิสุทธิมาศ. (2558). การศึกษาความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในรายวิชาชีววิทยา ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน. Retrieved December 25, 2017, from http://conference.edu.ksu.ac.th/file/201608094924669212.pdf
ทิศนา แขมณี. (2558). ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 19. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิมพ์ใจ เกตุการณ์, สพลณภัทร์ ศรีแสนยงศ์ และ สมศิริ สิงห์ลพ. (2560). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ความสามารถในการ แก้ปัญหาและเจตคติทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 19(1), 77-89.
วิสุทธิ์ ตรีเงิน. (2558). การพัฒนาความสามารถในการ แก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ด้วยโครงงาน วิทยาศาสตร์. Retrieved December 25, 2017, from http://www.dpu.ac.th/dpurc/assets/uploads/magazine/ r2ruupv662ow84.pdf
Gallenstein, N. L. (2016). Group Investigation: An Introduction to Cooperative Research. Retrieved December 28, 2017, from http://www.socialstudies.org/system/files/ publications/yl/1301/130106.html
Garrison, D. R., and Vaughan, N. D. (2008). Blended learning in higher education: framework, principle, guidelines, 1 and. San Francisco: A Wiley Imprint.
Tan et al. (2006). Group investigation and Student Learning: An experiment in Singapore Schools. Singapore, Marshall Cavendish Academic.
Jonassen, D. H. (2011). Learning to Solve Problem: A Handbook for Designing Problem Solving Learning Environments. New York: Routledge.
Lopez-Perez, M. V., Perez-Lopez, M. C. & Rodrigues-Ariza, L. (2011). Blended learning in higher education: Students’ perceptions and their relation to outcomes. Computers & Education, 56(3), 818-826.
Piaget, S. (1962). The language and thoughts of the child. Cleveland: Merdian.
Weir, J. J. (1974). Problem Solving is Everybody’s Problem. Science Teacher, 41(4), 16 –18.