แรงจูงใจในการเล่นกีฬาฟุตซอลของนักกีฬาฟุตซอลที่สังกัดสโมสรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตซอลไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแรงจูงใจในการเล่นฟุตซอลของนักกีฬาฟุตซอลที่สังกัดสโมสรใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน “ฟุตซอล ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2017” กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย ครั้งนี้เป็นนักกีฬาฟุตซอลที่สังกัดสโมสรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 3 สโมสร เป็นจำนวนทั้งหมด 48 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามวัดแรงจูงใจ เพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
แรงจูงใจในการเล่นฟุตซอลของนักกีฬาฟุตซอล ที่สังกัดสโมสรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ฟุตซอลไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2017 โดยภาพรวมทั้ง 5 ด้าน อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยรวม 4.38 ( = 4.38)เมื่อพิจารณารายด้านแล้วพบว่า ด้านความรัก ความถนัดและความสนใจ มีแรงจูงใจอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.56 (
= 4.56)และพบแรงจูงใจในด้านอื่นๆ ที่อยู่ในระดับมากคือ ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับตนเองและบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีค่าเฉลี่ย 4.40 (
= 4.40) ด้านรายได้และผลประโยชน์ค่าเฉลี่ย 4.31(
= 4.31) ด้านเกียรติยศชื่อเสียงมีค่าเฉลี่ย 4.34 (
= 4.34) และด้านโอกาสที่จะได้รับความก้าวหน้าในอนาคต มีค่าเฉลี่ย 4.27 (
= 4.27) ตามลำดับ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
จิรวัฒน์ พิมพะนิตย์. (2559). แรงจูงใจในการเล่นกีฬาฮอกกี้ของนักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติไทย. รายงานการศึกษาอิสระปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ธราวุฒิ บุญช่วยเหลือ. (2556). แรงจูงใจในการตัดสินใจเลือกเล่นสโมสรดิวิชั่น 1 ของนักฟุตบอล.สารนิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกริก.
บุญชม ศรีสะอาด. (2543). การวิจัยเบื้องต้น ฉบับปรับปรุงใหม่. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
Pelletier, L. G., Vallerand, R. J. & Sarrazin, P. (2007). The Revisited Six-factor Sport Motivation Scale (Mallett, Kawabata, Newcombe, Otero-Forero, & Jackson, 2007): Something old, something new and something borrowed. Psychology of Sport and Exercise, 8,615-621.doi:10.1016/j.psychsport.2007.03.006